
เอ็นจีอาร์ปรับแผน สร้างหนังแนวใหม่
จากประสบการณ์การทำงานในวงการภาพยนตร์มากว่า 16 ปี และมีผลงานภาพยนตร์รวม 30 เรื่อง และภาพยนตร์โฆษณาอีก 2025 เรื่อง ส่งผลให้บริษัท เอ็นจีอาร์ มีความมั่นใจในการดึงตัวผู้กำกับมือดีอย่าง การัณยภาส ขำสิน เข้ามาร่วมงานกำกับภาพยนตร์เรื่องล่าสุด เลิฟอีส (Love is)
จากประสบการณ์การทำงานในวงการภาพยนตร์มากว่า 16 ปี และมีผลงานภาพยนตร์รวม 30 เรื่อง และภาพยนตร์โฆษณาอีก 2025 เรื่อง ส่งผลให้บริษัท เอ็นจีอาร์ มีความมั่นใจในการดึงตัวผู้กำกับมือดีอย่าง การัณยภาส ขำสิน เข้ามาร่วมงานกำกับภาพยนตร์เรื่องล่าสุด เลิฟอีส (Love is)
เลิฟอีส ถือเป็นภาพยนตร์แนวใหม่ที่บริษัท เอ็นจีอาร์ ไม่เคยทำ เนื่องจากเป็นภาพยนตร์รักต่างมุมมอง พร้อมกระชากอารมณ์รักของคนดูให้ซาบซึ้ง จากตัวละครเด่น 4 คน คือ อาเว่ย, กมล, อาฉิง และเสี่ยวผิง ซึ่งแต่ละคนจะมีนิยามความคิดของความรักต่างกันไป
นอกจากจะมีจุดเด่นในด้านของบทที่ การัณยภาส ขำสิน ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นคนเขียนบทเองแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีความโดดเด่นในด้านของสถานที่ เนื่องจากได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนเป็นอย่างดี จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย อนุญาตให้ถ่ายทำในจุดที่เรียกว่า Unseen คือ ได้ไปถ่ายทำในสถานที่สวยงามแบบไม่เคยอนุญาตให้ใครมาก่อน
การัณยภาส ขำสิน ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องเลิฟอีส กล่าวว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เขียนมา 6 ปี ก่อนหน้านี้เคยนำมาเสนอทางบริษัท เอ็นจีอาร์ แล้ว แต่ยังไม่ผ่านความเห็นชอบให้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ จนทายาทรุ่นที่ 2 ของบริษัท เอ็นจีอาร์ ธนธัช ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม และรุสนันท์ ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม เข้ามาดำเนินธุรกิจต่อจาก ณภัทร ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม ภาพยนตร์เรื่องเลิฟอีสจึงถือกำเนิดขึ้น
“ช่วง 16 ปีที่ผ่านมาได้ทำงานมาหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพร็อพ อาร์ตไดเรกเตอร์ โปรดักชันดีไซเนอร์ โลเกชันสเกต หรือโปรดิวเซอร์ เรียกได้ว่าทำมาแล้วทุกอย่าง ซึ่งน่าจะช่วยให้การร่วมงานกับเอ็นจีอาร์มีประสิทธิภาพมากขึ้น” การัณยภาส กล่าว
หลังจากบวงสรวงภาพยนตร์เรื่องเลิฟอีสไปเมื่อกลางเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ในวันที่ 29 ก.ย.นี้ จะเริ่มเดินกล้องถ่ายทำ และคาดว่าในวันที่ 14 พ.ย. จะถ่ายทำแล้วเสร็จเพื่อนำมาตัดต่อก่อนนำเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ประมาณเดือน ม.ค.-ก.พ. 2557
“การที่เราต้องเร่งถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะมีข้อจำกัดในเรื่องของคิวดารา ซึ่งมีคิวให้เราเท่านี้และยังมีข้อจำกัดในเรื่องของฤดูกาล เนื่องจากหนึ่งในโลเกชันที่ต้องใช้ถ่ายทำจะเป็นนาข้าว หากเลยช่วงเวลานี้ไปอาจจะไม่ได้บรรยากาศที่ต้องการ” การัณยภาส กล่าว
สำหรับงบประมาณที่ใช้ในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ คาดว่าจะใช้ไม่ต่ำกว่า 2030 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนำภาพยนตร์เข้าฉาย การัณยภาส คาดว่า น่าจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 33.8 ล้านบาท และน่าจะได้รับรางวัลจากสาขาใดสาขาหนึ่ง
“สาเหตุที่ต้องตั้งรายได้ไว้ที่ 33.8 ล้านบาท เพราะมีหลายคนเริ่มออกมาวิจารณ์หนังเรื่องนี้ว่าทำไปแล้วไม่น่าจะได้เงิน เพราะเป็นหนังอาร์ต แต่ผมมั่นใจว่าจะได้ผลการตอบรับที่ดี เพราะมีดาราฝีมือเข้าร่วมแสดง และทำการตลาดควบคู่กันไป” การัณยภาส กล่าว
นอกจากมีโปรแกรมจะฉายในประเทศแล้ว บริษัท เอ็นจีอาร์ ยังมีแผนที่จะนำภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวฉายในต่างประเทศอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น มาเลเซีย หรือสิงคโปร์ และยังมีอีกหลายประเทศที่อยู่ระหว่างการเจรจา นอกจากนี้ หลังจากถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องเลิฟอีสแล้วเสร็จยังมีแผนจะนำภาพยนตร์ที่เขียนบทเองอีกประมาณ 4 เรื่อง เสนอบริษัท เอ็นจีอาร์ เพื่อสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยขณะนี้ 3 เรื่องเขียนพล็อตเรื่องเสร็จแล้ว อีกหนึ่งเรื่องอยู่ระหว่างการเจรจา
จากการผสานความร่วมมือทั้งในส่วนของผู้กำกับมือทองของอย่าง การัณยภาส ขำสิน การันตีด้วยรางวัลสุพรรณหงส์ และทายาทสองพี่น้องฝีมือดีแห่งบริษัท เอ็นจีอาร์ ที่ต้องการจะสร้างภาพยนตร์แนวใหม่ให้เข้าถึงกลุ่มคนดูในวงที่กว้างขึ้น จะประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหรือไม่คงจะต้องวัดกันหลังจากเข้าฉายแล้ว







