
ลอดช่องเฮรับกฎแรงงาน
เอสเอ็มอีชี้ช่วยเปิดโอกาสให้คนท้องถิ่นทว่าเตือนอาจเจอปัญหาการบังคับใช้
เอสเอ็มอีชี้ช่วยเปิดโอกาสให้คนท้องถิ่นทว่าเตือนอาจเจอปัญหาการบังคับใช้
องค์กรรายย่อยสิงคโปร์เฮรับกฎใหม่รัฐ ที่สั่งคุมเข้มแรงงานต่างชาติ เน้นจ้างงานคนท้องถิ่น
สมาคมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของสิงคโปร์ (เอเอสเอ็มอี) และสหภาพแรงงานแห่งชาติของสิงคโปร์ (เอ็นทียูซี) ต่างแสดงการตอบรับอย่างดีกับมาตรการใหม่ของรัฐบาลที่จะใช้มาตรการเพื่อจำกัดการจ้างงานชาวต่างชาติ และเพิ่มจ้างงานให้กับชาวสิงคโปร์มากยิ่งขึ้น
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากแถลงการณ์ของกระทรวงแรงงานของสิงคโปร์ เปิดเผยว่า ทุกบริษัทที่มีพนักงานมากกว่า 25 คน จะต้องประกาศรับสมัครงานและโฆษณารายละเอียดของงานเกี่ยวกับงานด้านบริหารและงานที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญใน “ธนาคารงาน” ที่จะจัดทำโดยองค์กรพัฒนาแรงงานแห่งสิงคโปร์อย่างน้อย 14 วัน ก่อนหน้าประกาศรับสมัครชาวต่างชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้กับชาวสิงคโปร์ได้รับงานก่อนชาวต่างชาติ ซึ่งมาตรการใหม่นี้จะเริ่มใช้ในเดือน ส.ค.ปีหน้า
“มาตรการนี้เป็นก้าวที่สำคัญ เนื่องจากจะทำให้บริษัทท่ี่ต่างชาติเป็นเจ้าของจัดจ้างงานผู้บริหารท้องถิ่นก่อนจะจ้างคนต่างชาติมากขึ้น” เคิร์ท วี รองประธานเอเอสเอ็มอี กล่าว
อย่างไรก็ตาม วี ยังคงเตือนว่าการเพิ่มขั้นตอนในการจ้างงานเช่นนี้ สิ่งที่ยากที่สุดคือการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว เพราะไม่ได้ทำให้ขั้นตอนการจ้างงานง่ายขึ้น และทำให้ธุรกิจต้องฟุ่มเฟือยมากยิ่งขึ้น
“คุณไม่สามารถมองว่า มาตรการนี้ไม่เกี่ยวกับมาตรการอื่นๆ เพราะในช่วง12 ปีที่ผ่านมามีนโยบายที่ถูกนำไปใช้มากมาย และยังมีแง่อื่นๆ ของนโยบายที่บริษัทต่างๆ ต้องปฏิบัติตาม” รองประธานระบุ
ขณะที่ แพททริค เทย์ ประธานของเอ็นทียูซี ฝ่ายงานด้านผู้เชี่ยวชาญ ผู้จัดการ และผู้บริหาร (พีเอ็มอี) เชื่อมั่นว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้เกิดความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้ชาวสิงคโปร์ที่ทำงานในระดับบริหารและต้องใช้ความเชี่ยวชาญ และเพิ่มความสำคัญต่อชาวสิงคโปร์มากขึ้น
ขณะเดียวกัน ผู้นำสหภาพจากภาคต่างๆ ทั้งในภาคธนาคาร บริการ และอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าก็เห็นด้วยกับมาตรการใหม่ โดยระบุว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี ทว่ายังเรียกร้องให้แรงงานชาวสิงคโปร์พัฒนาทักษะความรู้เพื่อให้มีศักยภาพการแข่งขันเพียงพอในการทำงานในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ ผู้จัดการ และผู้บริหาร
ทั้งนี้ ชาวต่างชาติคิดเป็น 40% ของประชากรสิงคโปร์ทั้งหมด 5.3 ล้านคน ซึ่งเข้าทำงานในตำแหน่งอาวุโสและระดับกลาง รวมไปถึงงานที่ได้รับค่าตอบแทนน้อยที่ชาวท้องถิ่นไม่อยากทำด้วยเช่นกัน







