
8 วิธีเพิ่มผลผลิต (2)
เมื่อแนวโน้มที่คนวัยทำงานในยุคสมัยนี้คือเด็กที่เกิดในยุคมิลเลนเนียม ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการที่ปรึกษาทางธุรกิจส่วนใหญ่จึงเห็นตรงกันว่า ถึงเวลาแล้วที่ผู้ประกอบการเจ้าของบริษัททั้งหลายจะต้องปรับเปลี่ยนลักษณะการทำงาน สภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมขององค์การให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในวัยทำงานรุ่นใหม่ให้มากขึ้น เพื่อให้องค์การกลายเป็นสถานที่ทำงานที่น่าปรารถนาสำหรับแรงงานหนุ่มสาวไฟแรง รวมถึงช่วยให้แรงงานทำงานให้กับองค์กรได้มากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มผลผลิตขององค์กรอย่างชาญฉลาด
เมื่อแนวโน้มที่คนวัยทำงานในยุคสมัยนี้คือเด็กที่เกิดในยุคมิลเลนเนียม ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการที่ปรึกษาทางธุรกิจส่วนใหญ่จึงเห็นตรงกันว่า ถึงเวลาแล้วที่ผู้ประกอบการเจ้าของบริษัททั้งหลายจะต้องปรับเปลี่ยนลักษณะการทำงาน สภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมขององค์การให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในวัยทำงานรุ่นใหม่ให้มากขึ้น เพื่อให้องค์การกลายเป็นสถานที่ทำงานที่น่าปรารถนาสำหรับแรงงานหนุ่มสาวไฟแรง รวมถึงช่วยให้แรงงานทำงานให้กับองค์กรได้มากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มผลผลิตขององค์กรอย่างชาญฉลาด
เจนนี เดียร์บอร์น รองประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านการเรียนรู้ของซัคเซส แฟคเตอร์ส บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ ได้แนะนำ 8 กลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยเกื้อหนุนให้วัยแรงงานหนุ่มสาวรุ่นใหม่ทำงานได้มากขึ้น โดย 4 กลยุทธ์แรกที่นำเสนอไปแล้วคือ 1) จัดที่ทำงานให้โล่ง รองรับเทคโนโลยีรุ่นใหม่ 2) ประยุกต์ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ในการติดต่อสื่อสาร 3) ให้พ่อแม่ผู้ปกครองมีส่วนร่วม และ 4) สับเปลี่ยนหมุนเวียนหน้าที่ เลี่ยงความจำเจ
สำหรับกลยุทธ์ที่ห้าคือ สนับสนุนการสร้างสังคมและส่งเสริมมิตรภาพระหว่างเพื่อนร่วมงาน โดยต้องเข้าใจว่าแรงงานยุคมิลเลนเนียมต่างจากยุคเบบี้ บูม ที่ต้องการสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน ดังนั้นจึงไม่ต้องการทุ่มเทเวลาทำงานมากเกินไป กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าแรงงานยุคใหม่ไม่เอาการเอางาน เพียงแต่หนุ่มสาวเหล่านี้มักจะหาทางทำให้งานเป็นเรื่องสนุกของชีวิตและการมีสังคมเพื่อนในที่ทำงานจะช่วยให้มีความสุขและมีแนวโน้มจะทำงานกับบริษัทนั้นๆ อย่างเต็มที่
กลยุทธ์ที่หกคือ มองหาหัวโจกของกลุ่ม เนื่องจากแรงงานมิลเลนเนียมมักจะเคารพและรับฟังความเห็นของคนที่เป็นผู้นำกลุ่มแต่ไม่ใช่หัวหน้าในที่ทำงาน ดังนั้นการร่วมมือประสานงานกับผู้นำในกลุ่ม เช่น การวางแผนงาน จะช่วยให้การทำงานกับเพื่อนร่วมงานที่เหลือเป็นไปได้อย่างสะดวกขึ้น
กลยุทธ์ที่เจ็ดคือ ฝึกทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคล เพราะแรงงานยุคมิลเลนเนียมพึ่งพาเครื่องมือให้เป็นช่องทางในการสื่อสาร ทำให้ทักษะการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนต่อคนอ่อนด้อย ดังนั้นการสอนทักษะดังกล่าวจะช่วยพัฒนาให้คนเหล่านี้ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เพราะเมื่อต้องทำงานในตำแหน่งที่สูงขึ้น การสื่อสารแบบพบปะหน้าจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น
และกลยุทธ์ที่แปดคือ ทุ่มลงทุนกับแรงงานหนุ่มสาวเหล่านี้ ซึ่งไม่ได้แค่หมายถึงเงินเดือน โบนัส การฝึกอบรมต่างๆ เท่านั้น แต่หมายถึงการให้เวลาเอาใจใส่กับความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกน้อง เพราะความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมจะซื้อใจแรงงานยุคมิลเลนเนียมให้พร้อมที่จะทำงานกับองค์กร







