
สื่อทีวีจากจอตู้สู่จอมือถือคอนเทนต์ต้องเจาะเฉพาะกลุ่ม
ในความเข้าใจแบบเดิม มีเดีย คือ ทีวี ซึ่งเป็นสื่อหลักที่คนใช้ในการรับชมเนื้อหาหรือคอนเทนต์ แต่ในยุคดิจิตอล อุปกรณ์โมบายอันได้แก่ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และโน้ตบุ๊ก มีบทบาทเพิ่มมากขึ้น จนผู้ใช้หลายคนมองอุปกรณ์ทั้งหมดเป็นสิ่งเดียวกัน มีการคอนเวอร์เจนซ์หลอมรวมกันอย่างแยก ไม่ออก ซึ่งทางบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย ได้เปิดเผยผลการวิจัยเรื่องทัศนคติและแนวโน้มของผู้บริโภคต่อการรับชมทีวีที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าสนใจ
ในความเข้าใจแบบเดิม มีเดีย คือ ทีวี ซึ่งเป็นสื่อหลักที่คนใช้ในการรับชมเนื้อหาหรือคอนเทนต์ แต่ในยุคดิจิตอล อุปกรณ์โมบายอันได้แก่ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และโน้ตบุ๊ก มีบทบาทเพิ่มมากขึ้น จนผู้ใช้หลายคนมองอุปกรณ์ทั้งหมดเป็นสิ่งเดียวกัน มีการคอนเวอร์เจนซ์หลอมรวมกันอย่างแยก ไม่ออก ซึ่งทางบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย ได้เปิดเผยผลการวิจัยเรื่องทัศนคติและแนวโน้มของผู้บริโภคต่อการรับชมทีวีที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าสนใจ
การสำรวจครั้งนี้ได้ดำเนินการใน 15 ประเทศ มากกว่า 1.5 หมื่นตัวอย่าง แม้จะไม่มีประเทศไทย แต่มีหลายประเทศที่คล้ายและสามารถเทียบเคียงได้ และเมื่อรวมกับผลการศึกษาเรื่องการใช้สมาร์ทโฟนและ แท็บเล็ตในไทยก่อนหน้านี้ ที่มีผลไปในทิศทางเดียวกัน ที่ระบุว่า 3 ใน 10 ของคนไทยในเมือง ดูทีวีและวิดีโอบนอุปกรณ์โมบาย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านั้นมีหน้าจอที่ใหญ่และคมชัดขึ้น ราคาถูกลง สามารถเข้าถึงได้ และการมีโครงข่ายที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะ 3จี ที่เริ่มให้บริการ
ประเด็นเหล่านี้ยังผลักดันให้ผู้สูงอายุที่ปกติปรับตัวช้า เริ่มต้นดูทีวีและวิดีโอผ่านอุปกรณ์โมบายแล้ว ซึ่งเมื่อดูจากพฤติกรรมการใช้งานแล้ว ลักษณะของคอนเทนต์ที่กระตุ้นการดูวิดีโอให้เพิ่มมากขึ้น คือ คุณภาพของรายการ ทั้งรายการทีวี ซีรีส์เรื่องยาว และภาพยนตร์ ไม่ใช่เพียงแค่คลิปสั้นๆ แบบในอดีตอีกต่อไป เรื่องนี้ยกความดีให้กับโครงข่ายและอินเทอร์เน็ตที่เร็วขึ้น ทำให้การบริโภควิดีโอไม่มีข้อจำกัดอีกต่อไป
อีกทั้งยังทำให้การดูคอนเทนต์ต่างๆ ผ่านทีวีลดน้อยลง และไปเพิ่มในส่วนของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแทนที่ โดยเฉลี่ยประมาณ 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าเรื่องการดูทีวี กลายเป็นเรื่องส่วนตัวมากขึ้น ทุกคนสามารถเข้าถึงคอนเทนต์ที่ต้องการได้เอง ขณะที่ทีวีส่วนกลางยังคงความสำคัญในมุมมองอื่น เช่น การดูถ่ายทอดสด หรือ ดูรายการหลักภายในบ้าน
บัญญัติ เกิดนิยม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและองค์กรสัมพันธ์ของ อีริคสัน ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค ได้สะท้อนให้ผู้ให้บริการทั้งโทรคมและโทรทัศน์ในไทย ต้องปรับกลยุทธ์และเตรียมบริการใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการมากขึ้น เพราะในยุคหลังจากมีทีวีดิจิตอล จำนวนช่องเพิ่มมากขึ้น รายการเพิ่มมากขึ้น โอกาสและทางเลือกของผู้บริโภคก็มีมากขึ้นตามไปด้วย คุณภาพของรายการจึงเป็นสิ่งสำคัญ
สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอีกประการ คือ ความสามารถในการเลือกช่อง หรือเลือกรายการเองได้ ซึ่งยังไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ในอเมริกามีผู้ให้บริการแล้ว 2 ราย คือ เน็ตฟลิกซ์ และฮูลู ที่ผู้ชมสามารถเลือกรายการ หรือเลือกช่องเอง และ จ่ายเงินเท่าที่ต้องการดู ขณะที่ประเทศไทยยังมีลักษณะเป็นเหมาจ่ายหลายสิบหรือหลายร้อยช่อง แต่ได้ดูจริงเพียงเล็กน้อย
“การจ่ายเท่าที่ดู โดยสามารถจัดช่องรายการเอง เป็นรูปแบบที่เป็นธรรมกับผู้บริโภคที่สุด หากต้องการดูแค่ 2 ช่องในเดือนนี้ ยังเพิ่มหรือลดในเดือนหน้าได้ เลือกดูบาง รายการได้ ทุกอย่างคล่องตัวหมด จ่ายเงินเท่าที่ดู และ ที่สำคัญยิ่งกว่า คือ สามารถดูข้ามอุปกรณ์ ทีวี แท็บเล็ต สมาร์ทโฟนได้หมด ไม่มีข้อจำกัด” บัญญัติ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการดูตามเวลาที่ต้องการ เหมือนการดูคลิปวิดีโอผ่านยูทูบ ที่สามารถหยุดได้และดูต่อไปตลอดเวลา ถือว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุนิยมใช้บริการประเภทนี้ และทำให้คนทั่วไปสามารถดูทีวีได้ตลอดทั้งวัน จากเดิมที่มีเวลาดูหลักแค่ช่วงเย็นถึงก่อนนอนเท่านั้น
จากการสำรวจยังพบอีกว่า ด้วยโครงข่ายที่มีประสิทธิภาพ ทำให้การจัดสรรบริการดูทีวีที่สะดวกสบาย ทำให้พฤติกรรม การดูของผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดคอนเทนต์มาไว้กับตัวเอง ไม่ต้องบันทึกไว้ที่คอมพิวเตอร์ส่วนตัว ต้องการดูเมื่อไรก็เข้าถึงได้ทันที และมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำมาก หรืออาจไม่มีเลย มีส่วนทำให้อัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ลดน้อยลง แม้จะไม่ได้หมดไป แต่เชื่อว่ามีส่วนช่วยได้มาก
โดยสรุปแล้วจะเห็นภาพรวมของอุปกรณ์โมบายและทีวี ที่หลอมรวมกันจนไม่สามารถแยกจากกันได้ นั่นทำให้เป้าหมายของผู้ชมทีวีดิจิตอล ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ 22 ล้านครัวเรือน แต่ขยายเป็น 70 ล้านผู้ใช้มือถือทั่วประเทศในทันที และยังสามารถเจาะทำตลาดแบบรายบุคคลได้อีกด้วย ซึ่งตัวอย่างที่เริ่มมีให้เห็นเป็นรูปธรรม เช่น บริการพรีเมียร์ลีกผ่านสมาร์ทโฟนของเอไอเอส ที่ให้ลูกค้ารายบุคคลดูคอนเทนต์กีฬาผ่านสมาร์ทโฟนได้ กลายเป็นตลาดที่เปิดกว้างมากยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องเข้มข้นด้วยคุณภาพคอนเทนต์ที่โดนใจด้วยเช่นกัน







