
พม่ามองไทย
การเที่ยวพม่าให้ได้อรรถรสมากขึ้น นอกจากมีเพื่อนร่วมทางที่ดีแล้ว “ไกด์” หรือมัคคุเทศก์ที่รู้ลึกรู้จริงเรื่องราวในท้องถิ่นก็จะช่วยเปิดโลกทัศน์ลูกทัวร์ให้กว้างขึ้น
การเที่ยวพม่าให้ได้อรรถรสมากขึ้น นอกจากมีเพื่อนร่วมทางที่ดีแล้ว “ไกด์” หรือมัคคุเทศก์ที่รู้ลึกรู้จริงเรื่องราวในท้องถิ่นก็จะช่วยเปิดโลกทัศน์ลูกทัวร์ให้กว้างขึ้น
“ยี่ แก้ว” หรือที่ลูกทัวร์เรียกกันติดปากว่า พี่แก้ว อาจารย์แก้ว หรือลุงแก้ว อดีตข้าราชการเทศบาลเมืองเชียงตุง ที่โบกมือลาอาชีพเก่ามาทำงานเป็นผู้นำคณะทัวร์เกือบ 2 ทศวรรษ เล่าว่า ตัดสินใจมาเป็นไกด์ เพราะเป็นอาชีพอิสระ สามารถบริหารเวลาการทำงานได้เอง ที่ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงรุ่งสุดๆ เพราะนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาเที่ยวประเทศพม่า แต่ลุงแก้วก็จะพยายามเลือกรับงานมากที่สุดไม่เกินเดือนละ 17 วัน เพื่อเหลือเวลาว่างไว้ใช้ชีวิตกับครอบครัวและทำงานอื่นบ้าง
ลุงแก้วพูดถึงอาชีพไกด์ว่า ไกด์ชาวพม่าจะต้องสอบใบอนุญาตก่อน โดยภาษาหลักที่ไกด์ทุกคนต้องสื่อสารได้คือภาษาอังกฤษ จากนั้นก็จะเป็นภาษารองตามแต่ความถนัดของแต่ละคน ตอนนี้จำนวนไกด์ที่พูดภาษาไทยได้และมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไกด์แล้วมีประมาณ 100 คน แต่มาทำงานเป็นไกด์จริงๆ ประมาณ 50 คน ดังนั้น จึงพูดได้ว่าตอนนี้ยังขาดแคลนไกด์อีกจำนวนมาก
“ช่วงที่คนไทยมาเที่ยวมากๆ คือ ตั้งแต่หลังออกพรรษาไปจนถึงเดือน มี.ค. ไกด์ภาษาไทยจะมีไม่พอ บางครั้งก็จะหาคนที่พอจะสื่อสารภาษาไทยเบื้องต้นได้มาเป็นผู้ช่วยไกด์ แต่เวลาที่ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ซึ่งต้องบรรยายด้านประวัติศาสตร์ก็จะนำลูกทัวร์มาฟังไกด์ผู้เชี่ยวชาญจริงๆ”
ไกด์ชาวไทยใหญ่คนนี้พูดถึงการนำทัวร์คนไทยว่าต่างจากที่เคยเป็นไกด์ให้ฝรั่งว่า ประเทศพม่ามีจุดขายคือ ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งตนเองรู้สึกว่าการบรรยายเรื่องแบบนี้ให้ฝรั่งฟัง พวกเขาอาจเข้าใจไม่ลึกซึ้ง แต่กับคนไทยเข้าใจกันได้มากกว่า
“รู้สึกว่านิสัยคนไทยกับพม่าใกล้เคียงกันมาก เรานับถือศาสนาเดียวกัน ภาษาก็ใกล้เคียงกัน คนพม่าไม่เคยมองว่าคนไทยเป็นศัตรู แต่มองว่าเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน ส่วนใหญ่ทริปคนไทยจะเป็นทัวร์วัฒนธรรม สถานที่ยอดนิยมที่คนไทยไปมี 5 แห่ง คือ หงสาวดีพระธาตุอินทร์แขวน มัณฑะเลย์ อินเล และพุกาม”
เมื่อถามถึง “ภาษา” ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นไกด์ ลุงแก้ว เล่าว่า เริ่มเรียนภาษาไทยกับครู 2 คน ครูคนแรกเป็นพระชาวไทยใหญ่ที่เคยไปอยู่เมืองไทย ส่วนครูคนที่ 2 เป็นเพื่อนที่สอนหนังสือไทยในเชียงตุง รวมแล้วเรียนภาษาไทยจากครู 2 คน 6 เดือน จากนั้นก็ฝึกฝนด้วยตัวเอง
สำหรับภาษาต่างประเทศที่ชาวพม่านิยมเรียนสมัยนี้ อันดับ 1 คือ ภาษาอังกฤษ รองลงมา คือ ภาษาจีน และภาษาไทย ที่มีคนสนใจเรียนพอๆ กัน ซึ่งนอกจากจะเป็นไกด์แล้ว บางครั้งลุงแก้วก็ไปเป็นครูสอนภาษาไทยให้นักเรียนตามบ้านด้วย หลังจากก่อนหน้านี้เคยเป็นอาสาสมัครในโรงเรียนแห่งหนึ่งชานเมืองย่างกุ้ง สอนหนังสือให้กับคนยากไร้ฟรีๆ ซึ่งถือเป็นการทำบุญไปในตัว
ลุงแก้ว ย้ำว่า เรื่องทำบุญเป็นสิ่งที่ชาวพม่าให้ความสำคัญอย่างมาก เห็นได้จากคนพม่าชอบไปวัด ทำบุญ เพราะหวังว่าจะช่วยทำให้ชีวิตดีขึ้น ไม่ว่าในชาตินี้หรือชาติหน้าก็ตาม
พร้อมกับทิ้งท้ายพูดถึงอุปนิสัยคนพม่า
เมื่อถามถึงการเปลี่ยนแปลงของพม่า ลุงแก้วตอบว่า ช่วง 56 เดือนที่ผ่านมา พม่าเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะในกรุงย่างกุ้ง ที่รถติดมากขึ้น จนยากที่จะฟันธงระยะเวลาที่ต้องใช้เดินทางจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งได้ ต่างจากในอดีต ที่ไม่ว่าจะไปไหนมาไหน สามารถกำหนดเวลาได้อย่างแน่นอน ซึ่งภาวะรถติดแบบนี้ ถือว่าเป็นดัชนีชี้วัดอีกอย่างหนึ่งของเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วของพม่า







