
ทัวร์เอาต์บาวด์ปีนี้ยอดจองไตรมาสสุดท้ายยังอืด
ทุกครั้งที่มีวันหยุดยาวหลายวัน นอกจากจะมีคนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้น ก็จะมีคนไทยที่เงินหนาออกไปท่องต่างแดน ไตรมาส 4
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนีรมย์
ทุกครั้งที่มีวันหยุดยาวหลายวัน นอกจากจะมีคนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้น ก็จะมีคนไทยที่เงินหนาออกไปท่องต่างแดน ไตรมาส 4 ที่จะถึงนี้เป็นอีกช่วงที่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์หลายช่วง โดยเฉพาะในเดือน ธ.ค. ซึ่งปกติคนที่คิดจะเดินทางไปต่างประเทศช่วงดังกล่าวผ่านบริษัททัวร์ ต้องเริ่มทยอยจองเดินทางตั้งแต่ช่วงนี้ เพื่อวัดกระแสทัวร์เอาต์บาวด์ว่าปีนี้จะคึกขนาดไหน
ธนพล ชีวรัตนพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส บริษัททัวร์ใหญ่ให้บริการท่องเที่ยวต่างประเทศ (เอาต์บาวด์) กล่าวว่า ยอดจองทัวร์ไปต่างประเทศไตรมาสสุดท้ายไม่หวือหวา น่าจะอยู่ในอัตราใกล้เคียงปีก่อน สาเหตุจากค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่าลง มีผลกระทบทางจิตวิทยา รู้สึกว่าต้องใช้เงินมากขึ้นหากไปต่างประเทศ ประกอบกับสถานการณ์ต่างประเทศหลายแห่งมีปัญหา เช่น อียิปต์ และซีเรีย ถึงขั้นที่คนเริ่มกังวลว่าจะเกิดสงคราม จึงชะลอตัดสินใจไปก่อน
สิ่งที่น่าสังเกตคือ ปกติคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศกับทัวร์ช่วงวันหยุดยาวปลายปี จะตัดสินใจจองแพ็กเกจกันล่วงหน้า 34 เดือนก่อนเดินทาง เพราะกลัวตั๋วเครื่องบินเต็ม แต่ครั้งนี้จองล่วงหน้ากันเพียง 2 เดือนกว่าเท่านั้น โดยจองเข้ามา 60% ของจำนวนแพ็กเกจทั้งหมดที่ขาย เป็นการบ่งบอกว่า คนไทยกังวลสถานการณ์รอบตัวมากขึ้น จึงตัดสินใจเรื่องท่องเที่ยวช้าลง ขณะเดียวกันวิธีซื้อแพ็กเกจก็เปลี่ยนรูปแบบเป็นการซื้อแพ็กเกจเฉพาะตั๋วเครื่องบินและที่พัก เพื่อเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (เอฟไอที) มากขึ้น
“จุดหมายที่นิยมช่วงปลายปีคือยุโรป เพราะช่วงต้นปีจนถึงกลางปี การบินไทยจัดโปรโมชันตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษออกมาสำหรับเดินทางปลายปี ทำให้ทัวร์สามารถจัดโปรโมชันทัวร์ยุโรปได้ราคาพิเศษขึ้น คนจึงสนใจจองมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีญี่ปุ่นซึ่งมีปัจจัยเรื่องยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางระยะสั้น ทำให้ตลาดเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่วันยกเว้นวีซ่ามีผล แต่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเอฟไอที” ธนพล กล่าว
โชติช่วง ศูรางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ กล่าวว่า ยอดจองทัวร์ไทยไปต่างประเทศไตรมาสสุดท้ายไม่ดีเท่าที่ควร มีเพียงเส้นทางไปญี่ปุ่นเท่านั้นที่กระแสดีมาก ขณะที่ระยะเวลาตัดสินใจจองสั้นลง จากปกติจะโทรศัพท์มาสอบถามเพื่อจองทัวร์ปลายปีไม่ต่ำกว่า 34 เดือน โดยทัวร์เดือน ต.ค. และ พ.ย. จะจองเต็มตั้งแต่ ส.ค.แล้ว แต่ปรากฏว่าปีนี้ ผ่านมาถึงเดือน ก.ย. ทัวร์ยังไม่เต็ม มียอดจองมากว่า 50% ของแพ็กเกจทั้งหมดที่ขาย คาดปิดไตรมาส 4 ยอดจะลดลง 20% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
สาเหตุที่ยอดจองไม่ดี เพราะคนกังวลปัญหาเศรษฐกิจ การเมืองทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะปัญหาการเมืองรุนแรงในซีเรีย ทำให้คนกังวลว่าจะเกิดสงคราม ซึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกตามมา นอกจากนี้ยังเป็นผลจากวันหยุดเทศกาลปลายปี อย่างวันปิยมหาราช ไม่ติดกับวันเสาร์อาทิตย์ จึงทำให้คนเดินทางน้อย เพราะหากเดินทางต้องลางานหลายวัน และช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศมากแล้ว ซึ่งปกติคนไทยจะวางแผนเที่ยวต่างประเทศยาวๆ ปีละครั้งเท่านั้น เป็นไปได้ว่า การจองทัวร์น้อยช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ อาจเพราะรอไปจองเดินทางอีกครั้งช่วงสงกรานต์ปีหน้า
อย่างไรก็ตาม หากเทียบยอดจองทัวร์ปลายปีนี้กับปีก่อน อาจไม่เหมาะสมนัก เพราะปีที่ผ่านมาคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศมาก เนื่องจากปีก่อนหน้านั้นมีเหตุการณ์น้ำท่วม ทำให้หลายคนเลื่อนการเดินทางมาเป็นปีที่ผ่านมาแทน ยอดการเดินทางปลายปีก่อนจึงสูงผิดปกติ
กัลยาณี อัสนี กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิส เซอร์วิส กรุ๊ป กล่าวว่า ยอดจองทัวร์ไปต่างประเทศไตรมาส 4 ขณะนี้ หายไปประมาณ 3040% เมื่อเทียบกับสถานการณ์การจองปีก่อน คาดเป็นผลจากเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว เศรษฐกิจหลายประเทศที่ไทยเป็นคู่ค้ามีปัญหา ปัญหาการเมืองวุ่นวายทั้งในและต่างประเทศ ทำให้คนไทยวางแผนจัดสรรเงินมาท่องเที่ยวนานขึ้น
“ปกติเวลาคนจะไปทัวร์ต่างประเทศ ต้องสบายใจถึงจะไป เพราะเป็นการใช้เงินเก็บสะสมที่มีอยู่ ต้องมั่นใจว่า คุ้มค่า แต่เมื่อมีเหตุการณ์วุ่นวายรอบด้านทั้งในและต่างประเทศ ทำให้คนไทยกังวล อาจชะลอการจองเพื่อรอดูเหตุการณ์รอบด้านให้มั่นใจก่อน จึงค่อยตัดสินใจในช่วงใกล้ถึงช่วงเวลาที่ต้องการเที่ยวจริง หรือหากยังไม่มั่นใจอยู่ อาจเลื่อนไปเที่ยวปีหน้าแทน” กัลยาณี กล่าว
สุรพล ศรีตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เต็มแพ็ค ทัวร์ ซึ่งเน้นทำทัวร์ญี่ปุ่น กล่าวว่า ยอดจองทัวร์ญี่ปุ่นไตรมาส 4 ดีมาก ทั้งที่ปกติปลายปีไม่ใช่ช่วงที่คนไทยไปญี่ปุ่นมากที่สุด แต่ปรากฏว่า คนจองเดินทางมากจนแพ็กเกจช่วงเดือน ก.ย.ธ.ค. มีเหลือน้อยมาก และยอดจองแน่นยาวไปถึง ก.พ.มี.ค. ปีหน้า เพราะได้อานิสงส์จากญี่ปุ่นยกเว้นวีซ่าให้คนไทยที่ไปเที่ยวระยะสั้น ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้คนไทยรู้สึกสะดวกและตัดสินใจไปได้เร็วขึ้น ซึ่งปัจจัยนี้น่าจะผลักดันให้ยอดจองทัวร์ญี่ปุ่นไตรมาส 4 ปีนี้ เพิ่มขึ้น 3035% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ภาพรวมส่วนใหญ่จะเห็นได้ว่า บริษัททัวร์เอาต์บาวด์ล้วนประสานเสียงไปในทางเดียวกัน กระแสคนไทยจองทัวร์ไปต่างประเทศโค้งสุดท้ายของปีนี้ไม่ร้อนแรงนัก เพราะปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองรุมเร้า จะมีก็แต่ทัวร์ญี่ปุ่นเท่านั้นที่มาแรง อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการจองเปลี่ยนไป คนไทยตัดสินใจจองกระชั้นชิด แต่เวลาเที่ยวมากขึ้น จึงต้องมารอลุ้นกันอีกครั้งว่า เมื่อใกล้ช่วงเวลาเที่ยวจริงแล้ว หากสถานการณ์ทุกอย่างเรียบร้อย ยอดจองที่อืดและไม่ดีอาจจะกลับมาฟื้นก็ได้







