
ตัดขาดทุนเพื่อทำกำไรในอนาคต
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกลุ่มเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกลุ่มเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก
สภาพตลาดทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมามีการแกว่งอย่างมาก โดยที่ปรับตัวลดลงมาก่อนในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และเมื่อเฟดแถลงถึงจะไม่มีการปรับลดวงเงิน QE ก็ทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นกว่า 1,360 เหรียญสหรัฐ ราคาทองคำไทยปรับตัวสูงกว่า 500 บาทต่อบาททองคำ ในขณะที่ค่าเงินบาทเองก็มีการแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ดีทองคำในคืนวันศุกร์ราคาทองคำก็กลับตัวลงมาในทิศทางขาลงอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งสร้างความมึนงงกับตลาดเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งมาจากการที่ FOMC Member ออกมาแถลงว่าอย่างไรเสียไม่ช้าก็เร็วจะต้องมีการลดขนาดวงเงิน QE ลง ซึ่งนี่เป็นตัวสร้างแรงกดดันให้กับราคาทองคำในทิศทางขาลงอย่างรวดเร็วรุนแรง กดดันให้ราคาหลุดระดับ 1,350 เหรียญสหรัฐลงมา และปิดในช่วงปลายตลาด COMEX ในคืนวันศุกร์ที่ระดับ 1,332.5 เหรียญสหรัฐ สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดก็คือการผันผวนของราคาทั้งจากปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางด้านเทคนิค ในวันนี้ MTS Gold Futures อยากจะแนะนำในการเข้าใจ “การ Cut Loss” ซึ่งคำว่า Cut Loss จริงๆ หมายถึง การหยุดหรือการตัดสภาวะขาดทุน ซึ่งจุดมุ่งหมายหลักก็คือการที่จะรักษาพอร์ตการลงทุนให้มีสภาพคล่องที่เหมาะสมกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป จนผมเองไปพบท่านนักลงทุนรายใหญ่ท่านหนึ่งบอกว่า คำแนะนำสำหรับคนไทยน่าจะเป็นการตัดขาดทุน “เพื่อสร้างผลกำไร” จะดีเสียกว่า เพื่อทำให้นักลงทุนรู้สึกดีและอยากที่จะทำ
ตัดเพื่อสร้างผลกำไร
เรามามองการตัดขาดทุนในเชิงบวกกันดีกว่า นักลงทุนคนไทยอาจจะยังไม่คุ้นกับการตัดขาดทุน ซึ่งในโลกการลงทุนยุคปัจจุบันกลับมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะความผันผวนของราคาทั้งในตลาดทองคำและตลาดหุ้นที่เกิดขึ้น การตัดขาดทุนนั้นจำเป็นที่จะต้องทำเสียแต่ต้นมือ เพื่อที่จะหยุดสภาวะขาดทุนให้เร็ว หลายครั้งที่นักลงทุนทำการตัดขาดทุนค่อนข้างช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการตัดขาดทุนในสภาวะจำยอมหรือทนขาดทุนจนไม่ไหวแล้ว และก็เกิดสภาวะที่บังคับให้ปิดสถานะ ดังนั้นวันนี้อยากที่จะทำความเข้าใจถึงสภาวะ Cut Loss ที่ถูกต้องดังต่อไปนี้
การทำ Cut Loss จะต้องเข้าใจจุดในการหยุด โดยหลักการจะต้องทำในสภาวะที่เหมาะสมทั้งระดับราคาและระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้ โดยมีจุดหลักในการคิดร่วมกันก็คือ หยุดสภาวะขาดทุนให้เร็ว เมื่อการลงทุนของเราผิดทิศทาง การหยุดสภาวะขาดทุนได้เร็วในทางกลับกันก็จะทำให้ท่านสร้างให้เกิดเงินกำไรในอนาคตนั่นเอง หรืออย่างเลวร้ายที่สุดก็คือไม่เกิดภาวะขาดทุนมากจนเรารับไม่ได้ ที่เรียกว่าขาดทุนจนหมดเนื้อหมดตัว สิ่งเหล่านี้นักลงทุนไทยจะต้องฝึกคิดฝึกทำโดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในตลาดทองคำ ซึ่งจะเห็นได้จากความผันผวนของราคาทองคำในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวอย่างมาก ดังนั้นการที่จะใช้จุดหยุดขาดทุนที่เหมาะสม คือเมื่อนักลงทุนควรใช้การหยุดขาดทุนสำหรับพอร์ตหลักไม่ควรเกินกว่า 15-20% ควรที่จะหยุดทันที หรือในพอร์ตย่อยของการลงทุนในแต่ละครั้งควรจะหยุดขาดทุนให้เร็วที่ระดับ 2% เท่านั้น
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำแกว่งตัวและปรับตัวลดลงหลุดแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,350 เหรียญสหรัฐ ลงมาอีกครั้งหนึ่ง ทำให้สภาพทางเทคนิคโดยรวมกลับมาเป็นขาลงอีกครั้งทั้งในระยะสั้น กลาง และยาว เนื่องจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจสหรัฐและประเด็น QE ยังเป็นปัจจัยรุมเร้าในทิศทางขาลง กล่าวโดยสรุป ในเชิงเทคนิค แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ระดับ 1,300 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นระยะสั้น และมีโอกาสทดสอบได้ในสัปดาห์นี้ สำหรับแนวต้านด้านบนอยู่ที่ระดับ 1,350 เหรียญสหรัฐ โอกาสที่ราคาทองคำจะ Test และหลุด 1,300 เหรียญสหรัฐยังคงมีอยู่ นักลงทุนจึงควรปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของการลงทุนให้เหมาะสม
กลยุทธ์การลงทุนเพื่อทำกำไร
กลยุทธ์การลงทุนที่ MTS Gold ย้ำเน้นมาเสมอ คือการปรับเปลี่ยนให้ทันกับสภาวะแนวโน้มของตลาด ซึ่ง ณ ขณะนี้เป็นทิศทางแนวโน้มขาลง นอกจากนี้นักลงทุนควรติดตามบทวิเคราะห์อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาผลกำไรและเงินต้นของท่านให้ถูกทิศทางเสมอ







