
บทบาทเอฟทีเอวอทช์
แม้ว่าจะมีการใช้ถ้อยคำดุเดือดไปบ้างทั้งการให้สัมภาษณ์ หรือออกแถลงการณ์ แต่การเคลื่อนไหวของกลุ่มศึกษาเขตการค้าเสรีภาคประชาชน หรือเอฟทีเอวอทช์ ในการตรวจสอบการเจรจาเปิดเสรีทางการค้า (เอฟทีเอ) ระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศประชาคมยุโรป (อียู) ก็ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น
แม้ว่าจะมีการใช้ถ้อยคำดุเดือดไปบ้างทั้งการให้สัมภาษณ์ หรือออกแถลงการณ์ แต่การเคลื่อนไหวของกลุ่มศึกษาเขตการค้าเสรีภาคประชาชน หรือเอฟทีเอวอทช์ ในการตรวจสอบการเจรจาเปิดเสรีทางการค้า (เอฟทีเอ) ระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศประชาคมยุโรป (อียู) ก็ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น
ในขณะเดียวกัน คณะเจรจาภาครัฐที่นำโดยนายโอฬาร ไชยประวัติ ก็อำนวยความสะดวกให้กลุ่มเอฟทีเอวอทช์ได้พบกับคณะผู้แทนการเจรจาฝ่ายอียู พร้อมทั้งยื่นหนังสือเสนอข้อเรียกร้องของภาคประชาชน
ถือว่าเป็นท่าทีที่เปลี่ยนไปจากในอดีตมากที่ภาครัฐมักจะหลบเลี่ยงไม่ยอมให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมใดๆ ในการเจรจา จนส่งผลให้ความขัดแย้งรุนแรง เกิดปะทะกันเหมือนกรณีการเจรจาเอฟทีเอไทยสหรัฐ ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อหลายปีก่อน ส่งผลให้เกิดความรู้สึกลบต่อการเจรจาเอฟทีเอมาตลอด
ขณะเดียวกัน การให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ยังทำให้ภาครัฐของไทยต้องระมัดระวังและรอบคอบในการปิดช่องโหว่ที่จะทำให้เสียเปรียบประเทศคู่เจรจาเอฟทีเออีกด้วย
อย่างเช่น กรณีเอฟทีเอไทยอียูครั้งนี้ สาระสำคัญของข้อเรียกร้องภาคประชาชน คือ เรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่จะเจรจาตกลงกันนั้น จะต้องผูกพันไม่เกินไปกว่าองค์การการค้าโลก หรือทริปส์พลัส อย่างที่อียูยื่นข้อเสนอมา
ซึ่งหากไม่มีภาคประชาชน คนไทยคงไม่รู้ว่าเราถูกเรียกร้องอะไรบ้าง และหากตกลงตามที่อียูเสนอมาหมดก็จะมีปัญหาเรื่องการเข้าถึงยาราคาถูกของคนไทยส่วนใหญ่ รวมทั้งขัดขวางการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์และพันธุกรรมพืชและสัตว์ของเกษตรกรไทยที่ยากจน
ต้องไม่ลืมว่า การเจรจาเอฟทีเอกับหลายประเทศที่ผ่านมาไม่ได้มีแต่ผลดี คือมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นเพียงด้านเดียว แต่มีด้านที่ไทยเสียเปรียบด้วย เช่น กรณีที่เอฟทีเอไทยจีน ที่ไทยส่งสินค้าเข้าจีนไม่ได้ โดยเฉพาะผัก ผลไม้ เพราะเจอมาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษีในทุกมณฑล โดยรัฐบาลกลางของจีนแก้ไขอะไรไม่ได้
เรื่องนี้นายโอฬารเองก็ทราบดี และเตรียมนำบทเรียนจากการเจรจาในอดีตมาปรับแก้ในการเจรจาครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะมีบทเรียนมากแค่ไหน แต่ไทยก็ไม่ได้มีอำนาจต่อรองมากมายเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศอียูที่แพ็กกันมาอย่างเป็นระบบ
ขณะที่ประเทศไทยก็ถูกต้านทานกระแสโลกเรื่องการทำข้อตกลงเอฟทีเอไม่ได้
การเคลื่อนไหวของภาคประชาชนจึงสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะตีกรอบไม่ให้ไทยต้องเสียเปรียบมากเกินไป
ภายใต้เงื่อนไขที่จะต้องไม่มีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้นด้วย







