
ฟู้ดแอนด์ดริ้งส์ปั้นแบรนด์ลดเสี่ยง
คู่ค้าเลิกใช้โออีเอ็มมุ่งสร้างชื่อซัมเมอร์
คู่ค้าเลิกใช้โออีเอ็มมุ่งสร้างชื่อซัมเมอร์
3ปีปั้นรายได้20%.ฟู้ดแอนด์ดริ้งส์ปลุกแบรนด์ซัมเมอร์ ลดความเสี่ยงธุรกิจโออีเอ็ม คาด 3 ปีสร้างรายได้ 20%
น.ส.ไวฮุย ลี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ฟู้ดแอนด์ดริ้งส์ ผู้ดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตแบรนด์ชั้นนำทั่วโลกและผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องดื่ม ซัมเมอร์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับแผนการดำเนินธุรกิจใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มรายได้ ด้วยการหันมาให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้าแบรนด์ของตัวเองภายใต้แบรนด์ ซัมเมอร์ เข้าทำตลาดในกลุ่มเครื่องดื่ม
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการที่บริษัทได้รับผลกระทบจากยอดสั่งผลิตสินค้าจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศปรับตัวลดลง เนื่องจากลูกค้าส่วนหนึ่งหันมาผลิตสินค้าเองและอีกส่วนหนึ่งหันไปจ้างผู้ผลิตรายอื่นผลิตสินค้าให้ อีกทั้งเศรษฐกิจโลกมีปัญหาและค่าเงินบาทผันผวน
สำหรับสินค้า 2 รายการแรกที่บริษัทได้เปิดตัวเข้าทดลองทำตลาดเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ประกอบด้วยน้ำบ๊วยและน้ำว่านหางจระเข้ ภายใต้แบรนด์ซัมเมอร์ ซึ่งหลังจากนำสินค้าเข้าทำตลาดแบบเอกซ์คลูซีฟในช่องทางร้านแฟมิลี่มาร์ทและซูเปอร์มาร์เก็ตในเครือท็อปส์ พบว่าได้ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ ขณะที่ช่องทางค้าปลีกทั่วไปได้มอบหมายให้บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ เป็นผู้กระจายสินค้า
“การเลือกน้ำบ๊วยและน้ำว่านหางจระเข้ เพราะต้องการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด โดยเฉพาะตลาดชาเขียวที่มีการแข่งขันรุนแรง ซึ่งเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมาบริษัทเคยใช้แบรนด์ซัมเมอร์เข้าทำตลาดชาเขียวมาแล้วครั้งหนึ่ง และต้องออกจากตลาดไปเพราะสู้การแข่งขันไม่ไหว” น.ส.ไวฮุย กล่าว
ปัจจุบันบริษัทมีบรรจุภัณ์น้ำบ๊วย และน้ำว่านหางจระเข้ ภายใต้แบรนด์ซัมเมอร์เข้าทำตลาดอยู่เพียง 1 ขนาด คือ 350 มล. ราคา 18 บาท เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคอายุ 2239 ปี ขณะที่ช่องทางจำหน่ายในสิ้นปีนี้คาดว่าจะสามารถกระจายสินค้าได้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากได้พันธมิตรที่ดีอย่างบริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ หรือบีเจซี เป็นผู้กระจายสินค้าใหม่
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมงบประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ และทำกิจกรรมการตลาดจนถึงต้นปี 2557 โดยสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีรายได้จากการจำหน่ายเครื่องดื่มซัมเมอร์ 100 ล้านบาท
ด้านแผนการดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มซัมเมอร์ในปี 2557 จะเปิดตัวสินค้ารสชาติใหม่เข้ามาทำตลาดอีก 12 รสชาติ จากเป้าหมาย 3 ปีจะเปิดตัวสินค้ารสชาติใหม่เข้ามาทำตลาดอีก 45 รสชาติ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า
ขณะเดียวกัน หลังจากบริษัทหันมาทำการตลาดแบรนด์ของตัวเองมากขึ้น คาดว่าจะส่งผลให้สิ้นปีนี้บริษัทจะมีรายได้รวมใกล้เคียงกับปี 2555 อยู่ที่กว่า 600 ล้านบาท ซึ่งสัดส่วนรายได้หลักยังคงมาจากการรับจ้างผลิตสินค้าทั้งในส่วนของอาหารสำเร็จรูป เครื่องเทศ และอาหารบรรจุภาชนะ แบ่งเป็นในประเทศ 50% ต่างประเทศ 50% ตลาดหลักคือ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และยุโรป







