
ไฟแนนซ์ทูเดย์
...ผ่านไปแล้วสำหรับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ของสภาผู้แทนราษฎร ตอนนี้กฎหมายก็จะไปรอเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา ที่คาดว่าจะเป็นวันที่ 30 ก.ย.นี้
...ผ่านไปแล้วสำหรับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ของสภาผู้แทนราษฎร ตอนนี้กฎหมายก็จะไปรอเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา ที่คาดว่าจะเป็นวันที่ 30 ก.ย.นี้
เรื่องที่ถูกตั้งคำถามมากที่สุด คือ ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจรัฐบาลว่าจะดำเนินโครงการอย่างโปร่งใสไร้คอร์รัปชั่น เชื่อว่าประเด็นนี้จะถูกนำไปอภิปรายซ้ำโดยวุฒิสภาอีกอย่างแน่นอน
...เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ลุกขึ้นยอมรับกลางสภาเมื่อถูกฝ่ายค้านรุมถามว่า หนี้ 2 ล้านล้านบาท หากรวมดอกเบี้ยแล้วจะกลายเป็น 5 ล้านล้านบาท แต่ยืนยันว่าจะกู้จากในประเทศ เงินที่จะต้องจ่ายดอกเบี้ยมหาศาลนี้จะหมุนเวียนอยู่ในประเทศ
ล่าสุด รมว.คลัง ยอมรับกับนายแบงก์ว่า จะกู้เป็นเงินสกุลต่างประเทศ 40% อาจจะออกเป็นแยงกีบอนด์ก็ได้
จากข้อเท็จจริงที่จะต้องกู้ต่างประเทศส่วนหนึ่งนั้นถูกต้องแล้ว เพราะจะมีการนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องจักรจากต่างประเทศมาก การชำระเป็นเงินสกุลต่างประเทศก็ย่อมดีกว่า แต่ที่ไม่เข้าใจ คือ รัฐบาลจะปากแข็งไปเพื่ออะไรที่ว่าดอกเบี้ย 3 ล้านล้านบาทนี้ จะหมุนเวียนอยู่ในประเทศ
...งานสัมมนาวิชาการประจำปีของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน คุณพี่อาคม เติมพิทยไพสิฐ เลขาธิการสภาพัฒน์ เบี้ยวไม่มาเป็นผู้วิจารณ์งานวิจัยของแบงก์ชาติ อาจจะทำให้หลายคนสงสัย เรื่องนี้อธิบายได้ว่า เพราะสภายังอภิปราย พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทอยู่ เลขาธิการสภาพัฒน์ ต้องสแตนด์บาย เผื่อมีเรื่องต้องชี้แจง เลยไปงานแบงก์ชาติไม่ได้เท่านั้นเอง
...หลังจากธนาคารทั้งหลายปรับระบบเป็นแบบโนสลิป คือให้บริการฝากถอนและโอนเงิน โดยไม่ต้องเขียนสลิปชุดฝากเงินสด เงินโอน และใบถอนเงิน แต่พอไปใช้บริการจริง เปลี่ยนจากลูกค้าเขียนเป็นพนักงานเขียนให้ ข้อดีที่เห็นคือหากลูกค้าไม่ถนัดในการเขียนก็แค่เซ็นชื่อ ลดความสูญเสียของการเขียนสลิปผิดแล้วก็ฉีกทิ้ง ที่วันๆ มีเยอะแยะ เป็นต้นทุนของธนาคารเหมือนกัน
...ก่อนจากกัน ขอแสดงความยินดีกับ ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลังและประธานแบงก์กรุงไทย ที่ได้รับแต่งตั้งเป็น ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คนล่าสุด







