
แบงก์ยิ้มรับทรัพย์โครงการ2ล้านล.
ทหารไทยหวังเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อยาวจากลงทุนภาครัฐ
ทหารไทยหวังเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อยาวจากลงทุนภาครัฐ
“ทหารไทย” หวังโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท ดันสัดส่วนสินเชื่อระยะยาวเพิ่มขึ้นเป็น 50%
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ธนาคารคาดว่าจะได้ประโยชน์จากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานประเทศมูลค่า 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะก่อให้เกิดการก่อสร้างและการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ในประเทศเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง 7 ปี จะส่งผลให้สัดส่วนสินเชื่อระยะยาว (Termloan) ในพอร์ตสินเชื่อธุรกิจของธนาคารปรับเพิ่มขึ้นเป็น 50% ภายใน 5 ปี จาก 20% ในปัจจุบัน
“ปัจจุบันสินเชื่อธุรกิจของเรากระจุกตัวอยู่ในรูปสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้นเป็นหลัก เมื่อเศรษฐกิจอยู่ในภาวะไม่ดีแล้ว ลูกค้าลดกำลังผลิตหรือการสั่งซื้อวัตถุดิบ ยอดการใช้วงเงินสินเชื่อเราจะตกตามไปด้วย ดังนั้นถ้ามีสินเชื่อระยะยาวเพิ่มก็จะส่งผลดีในแง่รายได้ดอกเบี้ยและการเติบโต” นายปิติ กล่าว
นายปิติ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาธนาคารได้มีการวิเคราะห์โอกาสจากโครงการลงทุนมูลค่า 2 ล้านล้านบาทของกลุ่มธุรกิจต่างๆ ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ เพื่อวางแผนรุกเข้าไปทำตลาดสินเชื่อ โดยพบว่าธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูงจะอยู่ในห่วงโซ่ธุรกิจก่อสร้างและโลจิสติกส์ อย่างไรก็ตาม การเข้าไปปล่อยกู้ของธนาคารจะเน้นไปที่กลุ่มความเสี่ยงต่ำเป็นหลัก เช่น กลุ่มโรงไฟฟ้าและรถไฟฟ้า
“เมื่อเร็วๆ นี้ เราปล่อยกู้โรงไฟฟ้าซึ่งจะผลิตไฟป้อนโรงผลิตปูนไปหนึ่งแห่ง และร่วมกับธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงด้วย จะเห็นได้ว่าเครื่องยนต์ที่มาจากโครงการลงทุนของภาครัฐเริ่มติดนิดๆ แล้ว ปีหน้าก็น่าจะทยอยเพิ่มขึ้นในส่วนที่ไม่ติดปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การทำถนน” นายปิติ กล่าว
สำหรับสภาพคล่องที่จะใช้รองรับการปล่อยกู้ในโครงการของภาครัฐนั้น ยืนยันว่ามีเพียงพอ เนื่องจากปัจจุบันธนาคารยังมีสภาพคล่องที่อยู่ในรูปการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ที่พร้อมจะดึงออกมาใช้ได้ในยามจำเป็นสูงถึง 34 หมื่นล้านบาท
นายเวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารมีแผนจะเข้าไปขยายสินเชื่อในกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่รับงานต่อจากหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่การออกหนังสือค้ำประกัน (แอล/จี) เพื่อยื่นซองประกวดราคาสำหรับประมูลงานรับเหมาก่อสร้างและจัดซื้อจัดจ้างสูงสุด 10 ล้านบาท โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันสำหรับลูกค้าเดิม และใช้หลักประกันเป็นเงินฝาก 20% ของวงเงินหนังสือค้ำประกันสำหรับลูกค้าใหม่
นอกจากนี้ ยังพร้อมสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนตลอดโครงการ โดยให้เงินทุนหมุนเวียนก่อนเริ่มทำงานสูงสุด 30% ของมูลค่าโครงการ พร้อมให้เงินทุนหมุนเวียนหลังส่งมอบงานสูงสุด 90% ของมูลค่างานสุทธิแต่ละงวดงาน ระหว่างรอรับเงินค่างวดงานด้วย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมีความพร้อมในด้านเงินทุนทั้งก่อนและหลังประมูลงาน







