posttoday
เริ่มทยอยขาย...การเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐกดดันตลาดมากขึ้น

เริ่มทยอยขาย...การเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐกดดันตลาดมากขึ้น

21 กันยายน 2556

ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดแกว่งตัวขึ้นแรงหลังจากที่เฟดไม่ลดปริมาณการซื้อสินทรัพย์อย่างที่ตลาดคาดไว้

ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดแกว่งตัวขึ้นแรงหลังจากที่เฟดไม่ลดปริมาณการซื้อสินทรัพย์อย่างที่ตลาดคาดไว้ ว่าจะมีการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลง 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้มีเม็ดเงินไหลกลับสู่ประเทศเกิดใหม่ ค่าเงินบาทแข็งค่ากว่า 2% ในช่วงที่ผ่านมา ส่วนตลาดหุ้นในเอเชีย อย่างตลาด TIPs ปรับตัวขึ้นแรง 35% โดยตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นและมีปริมาณการซื้อขายสูงเป็นประวัติการณ์ โดยหุ้นขนาดใหญ่มีแรงซื้อเข้ามาหนาแน่น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิพร้อมกับ ค่าเงินบาทที่กลับมาแข็งค่า

ทิศทางในสัปดาห์นี้คาดว่าการปรับตัวขึ้นจะเริ่มชะลอตัวหรือเป็นไปอย่างจำกัด โดยปัจจัยบวกเรื่อง QE ที่เป็นบวกตลาดรับรู้ไปในระดับหนึ่งแล้ว แต่ในระยะสั้นกำลังเริ่มเผชิญกับความเสี่ยงในอนาคต เรื่องการเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐที่จะมีความเสี่ยงก่อนเดือน ต.ค.นี้ และในตอนนี้คองเกรสมีความเห็นที่ขัดแย้งกันรุนแรง ส่วนปัจจัยในประเทศประเด็นเรื่อง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท เป็นปัจจัยที่ตลาดรับรู้ไปในระดับหนึ่งแล้ว และนักลงทุน ที่ซื้อหุ้นกลุ่มรับเหมามาในช่วงก่อนหน้านี้เชื่อว่าจะเริ่มทยอยขายทำกำไร โดยเราประเมินว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดจะติดที่บริเวณแนวต้าน 1,500 หรือ 1,530 จุด

ประเด็นเรื่องการคงปริมาณ QE ไว้เป็นบวกต่อตลาดแต่เริ่มอยู่ในราคาระดับหนึ่งแล้ว โดยล่าสุดโพลการสำรวจของนักเศรษฐศาสตร์มีการ คาดการณ์ใหม่ว่าจะมีการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรไปในเดือน ธ.ค. จากเดิม ที่คาดการณ์ลดปริมาณการซื้อในเดือนนี้ ทำให้ภาพโดยรวมมีเม็ดเงินบางส่วนไหลกลับเข้ามาประเทศเกิดใหม่ในเอเชียรวมถึงไทย อย่างไรก็ตาม คาดว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดรับรู้ข่าวบวกไปในระดับหนึ่งแล้ว หากมีช่วงปรับตัวขึ้นต่อจะมีเริ่มมีช่วงชะลอตัวลงเนื่องจากได้ผลบวกจากเรื่องนี้ลดลง

ส่วนประเด็นเรื่องเพดานหนี้สหรัฐ ประเมินว่าจะเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นได้ในระยะสั้นหลังจากที่ตลาดปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง และอาจจะเปราะบางต่อปัจจัยที่เข้ามากระทบได้ง่าย โดยปัจจัยที่อาจจะเป็นปัจจัยที่ตลาดจับตาอีกเป็นผลการเลือกตั้งเยอรมนี หากพรรคของนายกเยอรมนีได้คะแนนเสียงน้อย อาจจะส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องเสถียรภาพในยุโรปอีกครั้ง เนื่องจากที่ผ่านมาเยอรมนีเป็นแกนนำสำคัญในการแก้ปัญหาหนี้ยุโรป

ปัจจัยภายในประเมินว่าแรงซื้อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการนำ พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท เข้าสภาเริ่มอยู่ในราคาแล้ว ทั้งในส่วนของหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและหุ้นกลุ่มธนาคารภาครัฐ ซึ่งที่ผ่านมามักจะมีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามาก่อนที่จะนำเข้าสู่สภาและมีแรงเทขายในช่วงที่มีการอภิปรายกัน ทำให้ภาพรวมคาดว่าแรงซื้อหุ้นกลุ่มดังกล่าวลดลงหรือเริ่มมีแรงเทขายทำกำไรในช่วงหลังจากนี้

ด้านแนวโน้มทองคำคาดว่าทิศทางในระยะสั้นทองคำโลกยังมีโอกาสชะลอตัวที่ 1,375 และ 1,385 เหรียญสหรัฐ ประเมินว่ายังเป็นการรีบาวด์เพื่ออ่อนตัวลง เนื่องจากในที่สุดแล้วเฟดจะต้องมีการถอนสภาพคล่องออกแม้ว่าจะเลื่อนไปเป็นเดือน ธ.ค. และเป็นปัจจัยกดดันทองคำในที่สุด โดยเชื่อว่าการคง QE ของเฟดไว้จะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นมากกว่าทองคำ เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจมากกว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่จะกลับมาหนุนราคาทองคำเป็นเรื่องความเสี่ยงที่อาจจะเพิ่มขึ้นในยุโรป หากพรรคคริสเตียน เดโมแครตของแมร์เคิล แพ้การเลือกตั้งหรือชนะอย่างเฉียดฉิวจะเป็นปัจจัยที่กดดันปัญหาหนี้ยุโรป ในขณะที่ความเสี่ยงเรื่องการเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐหากเพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำเช่นเดียวกัน

กลยุทธ์การลงทุนเราแนะนำให้นักลงทุนทยอยขายทำกำไร หลังจากที่ก่อนหน้านี้แนะนำให้ซื้อเก็งกำไรมาต่อเนื่อง จากการคาดการณ์ว่าปัจจัยลบเรื่อง QE อยู่ในราคาแล้ว และประเมินว่าในช่วงต่อจากนี้ตลาดจะมีความเสี่ยงของการปรับตัวลงมากกว่าการปรับตัวขึ้นจากเรื่องเพดานหนี้สหรัฐและตลาดปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับสูง แนะนำให้ทยอยขายช่วงปรับตัวขึ้นตามแนวต้านที่บริเวณ 1,500 หรือ 1,530 จุด

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน