posttoday
"ยูนิลีเวอร์"ยึดไทยต้นแบบดันธุรกิจเครือข่ายสู่ระดับโลก

"ยูนิลีเวอร์"ยึดไทยต้นแบบดันธุรกิจเครือข่ายสู่ระดับโลก

20 กันยายน 2556

กว่า 13 ปีแล้วที่ยูนิลีเวอร์ได้ขยายไลน์ธุรกิจจาก ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้า ประเภทคอนซูเมอร์โปรดักส์หรือสินค้าอุปโภคบริโภคมาสู่ธุรกิจเครือข่ายขายตรง เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสของธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปี 2558 ตลาดจะมีขนาดใหญ่มากขึ้น ทำให้ยูนิลีเวอร์ ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับการเป็นฮับหรือใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคก่อนสยายปีกไปทั่วโลก

กว่า 13 ปีแล้วที่ยูนิลีเวอร์ได้ขยายไลน์ธุรกิจจาก ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้า ประเภทคอนซูเมอร์โปรดักส์หรือสินค้าอุปโภคบริโภคมาสู่ธุรกิจเครือข่ายขายตรง เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสของธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปี 2558 ตลาดจะมีขนาดใหญ่มากขึ้น ทำให้ยูนิลีเวอร์ ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับการเป็นฮับหรือใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคก่อนสยายปีกไปทั่วโลก

บาวเค่อ ราวเออร์ส ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ในประเทศไทยและอินโดจีน กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจขายตรงเติบโตอย่างมาก ทำให้บริษัทต้องปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลง โดยใช้ชื่อใหม่ ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค แทนชื่อ อาวียองซ์ เพื่อให้ขยายตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้น โดยเริ่มใช้ชื่อใหม่ในไทยตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2556 ก่อนขยายในประเทศอื่นๆ ต่อไป

และในเดือนต.ค. จะเริ่มในมาเลเซีย กัมพูชา ก่อนจะเริ่มในอินเดียอีก 2 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าให้ธุรกิจขายตรงเติบโต 2 เท่าตัว เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายบริษัทแม่ที่ตั้งเป้าขยายธุรกิจรวมทั่วโลกจาก 4 หมื่นล้านยูโร เป็น 8 หมื่นล้านยูโร ภายในปี 2563 และจะต้องขยายตลาดให้ครอบคลุมกับประชากรทั่วโลกกว่า 3,000 ล้านคน

“เพื่อให้สอดคล้องกับยูนิลีเวอร์ที่อยู่ในตลาดโลกมานานกว่า 100 ปี ความแข็งแกร่งของคุณภาพสินค้าที่เป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก จึงทำให้เราต้องหันมาใช้ชื่อนี้ในการบุกธุรกิจขายตรงทั่วอาเซียน รวมไปถึงขยายตลาดไปยังภูมิภาคอื่นทั่วโลกต่อไป” ราวเออร์ส กล่าว

สุชาดา ธีรวชิรกุล ประธานบริหาร ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง กล่าวว่า การที่ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค จะเติบโตเป็น 2 เท่าตัวนั้นจะต้องเร่งขยายตลาดไปต่างประเทศมากขึ้น ต้องเพิ่มสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจและกลุ่มลูกค้าจากปัจจุบันที่มี 5 แสนรายในประเทศไทย หากนับรวมประเทศกัมพูชาและมาเลเซีย มีสมาชิก 5.2 แสนราย และรุกหนักด้านการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิตอล เพื่อทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยใช้งบสร้างแบรนด์ใหม่ในไทยปีนี้ 50 ล้านบาท

สำหรับสินค้าของยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.ผลิตภัณฑ์อาวียองซ์ ที่ดูแลผิว ผม และเครื่องสำอางชายและหญิง 2.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไวทัลลิตี้ 3.ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ไอเฟรช และ 4.กลุ่มผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนภายใต้ชื่อลีเวอร์โฮม โดยปัจจุบันสินค้ากลุ่มสกินแคร์และเพอร์ซันแนลแคร์ มีสัดส่วน 70% ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม 15% ที่เหลือ 15% เป็นสินค้าดูแลสุขภาพช่องปากและผลิตภัณฑ์ ในครัวเรือน แต่คาดว่าในอีก 23 ปีข้างหน้าสัดส่วน ยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจะเพิ่มเป็น 3040%

“กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพมีโอกาสเติบโตสูงมากในเมืองไทย เราก็พยายามเร่งขยายตลาด รวมทั้งปรับการให้ผลตอบแทนสมาชิก หรือ i12 (ไอ ทเวลฟ์) โดยเพิ่มผลตอบแทนให้กับสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 56% ตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นการปรับใหม่ในรอบ 3 ปี เพื่อเป็นการจูงใจสมาชิก ขณะเดียวกัน สมาชิกของยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค สมัครสมาชิกครั้งเดียวก็สามารถทำการตลาดได้ทั่วโลก โดยใช้หลักการทำงานที่ว่าทั้งโลกเป็นประเทศเดียวกัน” สุชาดา กล่าว

ยูนิลีเวอร์ ใช้เงินทุนในการวิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่ 1,000 ล้านยูโรต่อปี มีศูนย์วิจัยทั่วโลก 129 แห่ง และมีนักวิทยาศาสตร์กว่า 6,000 คน รวมถึงให้ความรู้บรรดา สมาชิก โดยจัดตั้งยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค อะคาดิมี เพื่อพัฒนาทักษะสมาชิกเครือข่าย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค เป็นธุรกิจเครือข่ายที่สามารถเติบโตได้มั่นคงและยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท