
แนะรับเหมาก้าวสู่มืออาชีพรับวิกฤตท่ามกลางโอกาส
แม้ว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยจะยังอยู่ในช่วงยุคเรืองรอง ด้วยปริมาณงานจากภาครัฐ และการขยายงานของภาคเอกชนที่มีอยู่อีกมาก แต่ท้องฟ้าในวงการก่อสร้างก็ไม่ถึงกับสดใส ไร้กังวลมากนัก เพราะยังต้องเผชิญหน้ากับหลากหลายมรสุมและความเสี่ยงที่รุมเร้าให้ต้องเร่งปรับตัว โดยเฉพาะประเด็นเรื่องขาดแคลนแรงงานยังถือเป็นวิกฤตสำคัญในขณะนี้
แม้ว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยจะยังอยู่ในช่วงยุคเรืองรอง ด้วยปริมาณงานจากภาครัฐ และการขยายงานของภาคเอกชนที่มีอยู่อีกมาก แต่ท้องฟ้าในวงการก่อสร้างก็ไม่ถึงกับสดใส ไร้กังวลมากนัก เพราะยังต้องเผชิญหน้ากับหลากหลายมรสุมและความเสี่ยงที่รุมเร้าให้ต้องเร่งปรับตัว โดยเฉพาะประเด็นเรื่องขาดแคลนแรงงานยังถือเป็นวิกฤตสำคัญในขณะนี้
อังสุรัสมิ์ อารีกุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องแรงงานขาดแคลนยังคงเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะแรงงานที่มีคุณภาพ โดยส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท ไม่เพียงมีผลกระทบในด้านต้นทุนการก่อสร้างเท่านั้น แต่ยังทำให้แรงงานไหลออกไปหางานที่เบากว่างานก่อสร้าง เพราะถือว่าได้ค่าแรงเท่ากัน ทำให้ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวมากขึ้น และยังต้องเผชิญหน้ากับปัญหาอีกมากมาย ทำให้ในภาคการผลิตงานก่อสร้างกำลังสวนทางกับโอกาสในการเติบโต
ด้านสุวัฒน์ เชาว์ปรีชา ประธานกรรมการ บริษัท ฤทธา ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง กล่าวว่า เรื่องคนเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ ยิ่งแรงงานหายาก ต้องมีการพัฒนาคน ในส่วนของฤทธาเองมีศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรเพื่อพัฒนาคน ซึ่งการปรับตัวนั้นต้องปรับตั้งแต่ผู้บริหารเบอร์หนึ่งลงมาเลย ถ้าระดับบนยังไม่ปรับ ระดับล่างก็ไม่สามารถปรับได้
นอกจากนี้ ท่ามกลางการชิงตัวแรงงานกันด้วยการให้ค่าแรงที่สูงกว่า จะทำอย่างไรให้แรงงานกลุ่มนี้ยังอยู่ นี่คือโจทย์สำคัญ โดยกลยุทธ์ของฤทธาเน้นการจ่ายค่าแรงที่ตรงเวลา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับคนกลุ่มนี้ ทำให้แรงงานที่ดีจะเลือกวิ่งเข้าหาบริษัทที่มีชื่อเสียงที่ดีในการจ่ายเงิน หรือแม้แต่เกิดวิกฤต คนทำงานจะยังมีความเชื่อใจ
นอกจากเรื่องการจ่ายเงินค่าแรงแล้ว วินัยทางการเงินก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญเกี่ยวเนื่องกัน ต้องบริหารให้ดี โดยเฉพาะสภาพคล่อง และการบริหารเงินสด ซึ่งที่ผ่านมารับเหมาไทยมีปัญหาเรื่องการบริหารการเงินไม่ดี ทำให้เกิดปัญหาไม่สามารถก่อสร้างได้ตามที่ตกลงไว้กับผู้ว่าจ้าง
สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า ทิศทางงานก่อสร้างในไทยจะเพิ่มมากขึ้น เพราะประเทศกำลังพัฒนา ยิ่งจะมีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 จะยิ่งทำให้งานก่อสร้างมากขึ้น ดังนั้นรับเหมาต้องระมัดระวังตัวในการรับงาน อย่ารับงานมากเกินความสามารถของตัวเองจะมีความเสี่ยง รวมถึงต้องเลือกผู้ว่าจ้างให้มากขึ้น โดยเฉพาะประวัติทางการเงิน ซึ่งงานก่อสร้างคอนโดมิเนียมถือว่ามีความเสี่ยงมากที่สุด
ความคิดเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับ วศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ที่ระบุว่า ในมุมแบงก์อยากให้ผู้รับเหมาวิเคราะห์ผู้ว่าจ้างให้มากขึ้น โดยเฉพาะงานคอนโดมิเนียมควรดูประวัติเจ้าของโครงการ ดูแม้กระทั่งว่าแหล่งเงินทุนมาจากไหน แบงก์ไหนปล่อยกู้โครงการนี้ โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์เศรษฐกิจส่งสัญญาณเป็นลบยิ่งต้องระวัง ขณะที่ผู้รับเหมาต้องปรับตัวในด้านการเงิน เพื่อรองรับโอกาสทองที่กำลังจะเข้ามา
ธานี วัฒนสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอนซัลติ้ง แอนด์ แมนเนจเม้นต์ 49 ที่ปรึกษางานก่อสร้าง กล่าวว่า รับเหมาไทยควรให้ความสำคัญกับการพึ่งพาเทคโนโลยีการก่อสร้างมากขึ้น แม้ว่าในการลงทุนครั้งแรกจะใช้เม็ดเงินสูง แต่เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะแรงงานมีแนวโน้มขาดแคลนอย่างต่อเนื่อง
โอกาสในอุตสาหกรรมก่อสร้างยังมีอยู่อีกมาก เพียงแต่ผู้รับเหมาต้องปรับตัวทำธุรกิจอย่างมืออาชีพมากขึ้นถึงจะอยู่รอดและกอบโกยได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ







