
จี้ผุดแผนเยียวยารับเออีซี
หวั่นเปิดเสรีสะเทือนคนหลากกลุ่มเอ็นจีโอแนะเพิ่มศักยภาพคนอย่างจริงจัง
หวั่นเปิดเสรีสะเทือนคนหลากกลุ่มเอ็นจีโอแนะเพิ่มศักยภาพคนอย่างจริงจัง
ติงรัฐไร้แผนเยียวยาป้องกันอาเซียนพ่นพิษ เชื่อกระทบแรงงานเกษตรกรประชาชนตามแนวคมนาคม
นางสุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) เปิดเผยว่า ปัญหาสำคัญในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน คือ ยังไม่เห็นภาครัฐเตรียมความพร้อมหรือ มีแนวทางการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการเปิดประชาคมอาเซียน ทั้งที่น่าจะมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก
กลุ่มแรก คือ กลุ่มแรงงานแบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อย ได้แก่ กลุ่มแรงงานไร้ฝีมือและกลุ่มแรงงานนอกระบบ เมื่อเปิดเสรีการลงทุน การเคลื่อนย้ายการลงทุนไปยังประเทศต่างๆ จะทำได้สะดวกขึ้น มีความเป็นไปได้สูงที่บริษัทไทยจำนวนหนึ่งจะย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้มีต้นทุนค่าแรงต่ำลง แรงงานไร้ฝีมือ จะถูกทิ้งไว้ ไม่ได้ย้ายตามไปด้วย เช่นเดียวกับแรงงานนอกระบบที่เคยรับงานจากโรงงานมาทำก็จะไม่มีงานแล้ว
“โดยหลักการ ภาครัฐบอกให้แรงงานหนีไปทำงานที่ค่าตอบแทนสูงขึ้น ใช้ฝีมือมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหา แต่ความเป็นจริง ยังไม่เห็นภาพการเตรียมการ มาตรการ และศักยภาพสูงขึ้นเท่าที่ควร แรงงานยังไม่ได้ตระหนักว่าฝีมือตัวเองต้องขยับขึ้นไปแล้ว เพราะเศรษฐกิจเพื่อนบ้านเขาเติบโตดันเราขึ้นมา” นางสุนทรี กล่าว
กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มเกษตรกร ประเทศในกลุ่มอาเซียนส่วนใหญ่เป็นประเทศเกษตรกรรมเหมือนไทย แต่มีต้นทุนต่ำกว่า และสามารถเคลื่อนย้ายสินค้าเสรีเข้ามารับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้ สินค้าเกษตร ที่ประเทศส่งเข้ามา หากไทยไม่ได้มีมาตรการป้องกัน เกษตรกรไทยจะได้รับผลกระทบมาก
ทั้งนี้ การแก้ปัญหาให้ทั้งสองกลุ่มนั้น ภาครัฐต้องชี้นำทิศทางที่ควรจะเกิดขึ้นในอนาคต ขณะเดียวกันต้องช่วยฝึกอบรม หาตลาดใหม่เป็นสินค้าทดแทนสินค้าที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนหาความเป็นไปได้อื่นๆ
กลุ่มสุดท้าย คือ กลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างระบบคมนาคมขนส่งทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ อาเซียนมุ่งมั่นจะสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประเทศในภูมิภาคตามแผน ASEAN Connectivity แต่มีผู้ที่เสี่ยงจะ ได้รับผลกระทบจากแผนดังกล่าวจำนวนมาก เช่น กลุ่มที่โดนเวนคืนที่ดินเพื่อการ ก่อสร้าง บางกลุ่มอาจไม่ได้ถูกเวนคืนเฉพาะที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ถูกเวนคืนที่ดินเพื่อทำเกษตรกรรมหรือที่ดินทำกินอื่นๆ ด้วย
“ที่สำคัญมักมีข้ออ้าง เช่น คนส่วนน้อยต้องเสียสละเพื่อการพัฒนาประเทศและพัฒนาภูมิภาค เพื่อกระทำการดังกล่าว แต่ก็ยังไม่เห็นแนวทางช่วยเหลือคนกลุ่มดังกล่าวเลย” นางสุนทรี กล่าว
นอกจากนี้ สิ่งที่ภาครัฐควรทำ คือ การ สร้างระบบคุ้มครองทางสังคมให้เข้มแข็ง เพื่อเตรียมพร้อมเยียวยาสถานการณ์ที่ อาจเกิดขึ้น และหากหาแนวทางป้องกัน ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อคนกลุ่มต่างๆ เลย จะดีที่สุด







