
ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯไม่ฟื้นกระทุ้งรัฐลงทุน
การเปิดเผยข้อมูลภาคอุตสาหกรรมของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ
การเปิดเผยข้อมูลภาคอุตสาหกรรมของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ล่าสุดยังคงสะท้อนการชะลอตัวที่ต่อเนื่องของภาคการผลิตไทย โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ที่เป็นภาคการผลิตขนาดใหญ่ของไทย
“สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์” รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวถึงยอดผลิตรถยนต์ 8 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 1.74 ล้านคัน แม้จะเพิ่มขึ้น 16.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ล่าสุดเฉพาะเดือน ส.ค. ปรากฏว่ายอดผลิตได้ลดลงมาอยู่ที่ 1.93 แสนคัน เป็นยอดผลิตที่ต่ำกว่า 2 แสนคัน ในรอบ 15 เดือน เนื่องจากแผนการผลิตของค่ายรถยนต์ได้ลดกำลังผลิตลงหลังจากมีสต๊อกที่ต้องระบายจากที่ผู้เข้าโครงการรถยนต์คันแรกไม่มารับรถทุกค่ายรวมกันอยู่ประมาณ 1.6 แสนคัน
ทั้งนี้ ส.อ.ท.ยังคงประมาณการยอดผลิตรถยนต์ปีนี้ที่ 2.55 ล้านคัน เพราะแผนการผลิตในช่วง 3 เดือนข้างหน้าที่ 6.32 แสนคัน ของผู้ประกอบการแสดงให้เห็นว่า ยอดผลิตจะได้ไม่ต่ำกว่า 2 แสนคันต่อเดือน และคาดหวังว่าการส่งออกรถยนต์จะยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องจาก 8 เดือนแรก ที่มียอดคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทำให้สามารถส่งออกได้ 7.2 แสนคัน หรือคิดเป็น 97.51% ของยอดการผลิตเพื่อส่งออกที่ 1.13 แสนคัน หรือขยายตัว 12.42% มูลค่าการส่งออก 3.28 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%
สุรพงษ์ กล่าวว่า หลังสิ้นสุดโครงการรถยนต์คันแรก ผู้ผลิตรถยนต์ต่างหันมามุ่งผลิตเพื่อส่งออกทำให้เดือน ส.ค. เป็นเดือนแรกที่เห็นว่าการผลิตรวมที่ 1.93 แสนคัน เป็นการผลิตเพื่อส่งออกสูงกว่าที่ 1.13 แสนคัน ขณะที่การผลิตเพื่อขายในประเทศอยู่ที่ 8 หมื่นคัน
อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมการผลิตขนาดใหญ่ จะช่วยผลักดันการส่งออกโดยรวมของประเทศในช่วงที่เหลือของปีนี้ได้เพียงใด เนื่องจากช่วงที่เหลือของปีการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวมฝากความหวังไว้กับภาคต่างประเทศพอสมควร
ด้าน พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้จะขยายตัวได้ 34% จากเดิมที่คาดไว้ 4.5% ขณะเดียวกันต้องจับตาการส่งออกในไตรมาสสุดท้ายว่าจะปรับตัวดีขึ้นเพียงใด เนื่องจากขณะนี้มีสัญญาณที่ดีขึ้นจากการประเมินความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมใน 3 เดือนข้างหน้าที่ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 98.1 จาก 97.2 ในเดือน ก.ค.
ขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในภาคตะวันออกที่เป็นผู้ประกอบการที่เน้นการส่งออกก็ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 101.2 จาก 98 ในเดือน ก.ค. และมีหลายอุตสาหกรรมที่ความเชื่อมั่นดีขึ้นและอยู่ระดับสูงกว่า 100 เช่น อาหาร ยา เคมี พลาสติก เยื่อกระดาษและซอฟต์แวร์ และล่าสุดก็มีสัญญาณว่า การส่งออกยานยนต์มีการส่งออกขยายายตัวในระดับสูง
“แม้นโยบายเศรษฐกิจในต่างประเทศจะมีการเปลี่ยนแปลงแต่ยังไม่ส่งผลกระทบกับไทย โดยต้องการให้ภาครัฐเร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ที่เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ลดต้นทุนขนส่ง ซึ่งหากพิจารณาเป็นรายปี จะเฉลี่ยลงทุนแค่ 3 แสนล้านบาทต่อปี ในช่วงเวลา 7 ปี ตลอดจนการลงทุนเพื่อบริหารจัดการน้ำมูลค่า 3.5 ล้านล้านบาท ทั้งหมดก็เป็นไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน” พยุงศักดิ์ กล่าว
สำหรับข้อมูลความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือน ส.ค. ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 91.3 จาก 91.9 ในเดือน ก.ค. ซึ่งความเชื่อมั่นที่ลดลดลงเกิดจากองค์ประกอบ ยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการ และผลประกอบการ โดยค่าความเชื่อมั่นล่าสุดนี้ถือเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 และค่อนข้างน่ากังวลเพราะเป็นระดับต่ำกว่า 100 ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 14 และต่ำสุดในรอบ 22 เดือน จากความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง จากความกังวลต่อการอ่อนแรงของเศรษฐกิจที่ทำให้การบริโภคชะลอตัว ด้านการส่งออกหดตัวต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ความไม่สงบในตะวันออกกลางทำให้ผู้ประกอบการต้องระมัดระวังในการดำเนินกิจการ“ศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า จากดัชนีความเชื่อมั่นเดือน ส.ค. นี้ เมื่อพิจารณาในรายละเอียดแล้วพบว่า ความเชื่อมั่นลดลงทั้งในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดย่อม โดยอุตสาหกรรมขนาดย่อมความเชื่อมั่นปรับตัวลงมาอยู่ที่ 88.0 ลดลงเล็กน้อยจากระดับ 88.6 ในเดือนก.ค. โดยกลุ่มที่ลดลงได้แก่อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ เครื่องนุ่งห่ม แกรนิตและหินอ่อน อุตสาหกรรมขนาดกลางความเชื่อมั่นลดลงมาอยู่ที่ 91.9 จาก 92.8 ในเดือนก.ค. โดยกลุ่มที่ลดลงได้แก่ อุตสาหกรรมหนังและผลิตภัณฑ์หนัง รองเท้า และเครื่องประดับ ทางด้านอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ก็ลดลงมาอยู่ที่ 94.3 จาก 94.4 ในเดือนก.ค. โดยเป็นความเชื่อมั่นที่ลดลงในกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิกส์, เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น อุตสาหกรรมอลูมิเนียม ขณะที่เมื่อแยกตามภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นฯรายภูมิภาคพบว่ามีเพียงภาคตะวันออกที่ค่าความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 101.0 เทียบกับ 98.0 ในเดือนก.ค. จากทั้งยอดรับคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการ และผลประกอบการที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ความเชื่อมั่นในภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ปรับตัวลดลงจากในเดือนก.ค. มาอยู่ที่ 93.0 85.4 87.5 84.3 ตามลำดับ







