posttoday
ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯไม่ฟื้นกระทุ้งรัฐลงทุน

ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯไม่ฟื้นกระทุ้งรัฐลงทุน

19 กันยายน 2556

การเปิดเผยข้อมูลภาคอุตสาหกรรมของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

การเปิดเผยข้อมูลภาคอุตสาหกรรมของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ล่าสุดยังคงสะท้อนการชะลอตัวที่ต่อเนื่องของภาคการผลิตไทย โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ที่เป็นภาคการผลิตขนาดใหญ่ของไทย

“สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์” รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวถึงยอดผลิตรถยนต์ 8 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 1.74 ล้านคัน แม้จะเพิ่มขึ้น 16.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ล่าสุดเฉพาะเดือน ส.ค. ปรากฏว่ายอดผลิตได้ลดลงมาอยู่ที่ 1.93 แสนคัน เป็นยอดผลิตที่ต่ำกว่า 2 แสนคัน ในรอบ 15 เดือน เนื่องจากแผนการผลิตของค่ายรถยนต์ได้ลดกำลังผลิตลงหลังจากมีสต๊อกที่ต้องระบายจากที่ผู้เข้าโครงการรถยนต์คันแรกไม่มารับรถทุกค่ายรวมกันอยู่ประมาณ 1.6 แสนคัน

ทั้งนี้ ส.อ.ท.ยังคงประมาณการยอดผลิตรถยนต์ปีนี้ที่ 2.55 ล้านคัน เพราะแผนการผลิตในช่วง 3 เดือนข้างหน้าที่ 6.32 แสนคัน ของผู้ประกอบการแสดงให้เห็นว่า ยอดผลิตจะได้ไม่ต่ำกว่า 2 แสนคันต่อเดือน และคาดหวังว่าการส่งออกรถยนต์จะยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องจาก 8 เดือนแรก ที่มียอดคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทำให้สามารถส่งออกได้ 7.2 แสนคัน หรือคิดเป็น 97.51% ของยอดการผลิตเพื่อส่งออกที่ 1.13 แสนคัน หรือขยายตัว 12.42% มูลค่าการส่งออก 3.28 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%

สุรพงษ์ กล่าวว่า หลังสิ้นสุดโครงการรถยนต์คันแรก ผู้ผลิตรถยนต์ต่างหันมามุ่งผลิตเพื่อส่งออกทำให้เดือน ส.ค. เป็นเดือนแรกที่เห็นว่าการผลิตรวมที่ 1.93 แสนคัน เป็นการผลิตเพื่อส่งออกสูงกว่าที่ 1.13 แสนคัน ขณะที่การผลิตเพื่อขายในประเทศอยู่ที่ 8 หมื่นคัน


อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมการผลิตขนาดใหญ่ จะช่วยผลักดันการส่งออกโดยรวมของประเทศในช่วงที่เหลือของปีนี้ได้เพียงใด เนื่องจากช่วงที่เหลือของปีการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวมฝากความหวังไว้กับภาคต่างประเทศพอสมควร

ด้าน พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้จะขยายตัวได้ 34% จากเดิมที่คาดไว้ 4.5% ขณะเดียวกันต้องจับตาการส่งออกในไตรมาสสุดท้ายว่าจะปรับตัวดีขึ้นเพียงใด เนื่องจากขณะนี้มีสัญญาณที่ดีขึ้นจากการประเมินความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมใน 3 เดือนข้างหน้าที่ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 98.1 จาก 97.2 ในเดือน ก.ค.

ขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในภาคตะวันออกที่เป็นผู้ประกอบการที่เน้นการส่งออกก็ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 101.2 จาก 98 ในเดือน ก.ค. และมีหลายอุตสาหกรรมที่ความเชื่อมั่นดีขึ้นและอยู่ระดับสูงกว่า 100 เช่น อาหาร ยา เคมี พลาสติก เยื่อกระดาษและซอฟต์แวร์ และล่าสุดก็มีสัญญาณว่า การส่งออกยานยนต์มีการส่งออกขยายายตัวในระดับสูง

“แม้นโยบายเศรษฐกิจในต่างประเทศจะมีการเปลี่ยนแปลงแต่ยังไม่ส่งผลกระทบกับไทย โดยต้องการให้ภาครัฐเร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ที่เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ลดต้นทุนขนส่ง ซึ่งหากพิจารณาเป็นรายปี จะเฉลี่ยลงทุนแค่ 3 แสนล้านบาทต่อปี ในช่วงเวลา 7 ปี ตลอดจนการลงทุนเพื่อบริหารจัดการน้ำมูลค่า 3.5 ล้านล้านบาท ทั้งหมดก็เป็นไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน” พยุงศักดิ์ กล่าว

สำหรับข้อมูลความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือน ส.ค. ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 91.3 จาก 91.9 ในเดือน ก.ค. ซึ่งความเชื่อมั่นที่ลดลดลงเกิดจากองค์ประกอบ ยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการ และผลประกอบการ โดยค่าความเชื่อมั่นล่าสุดนี้ถือเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 และค่อนข้างน่ากังวลเพราะเป็นระดับต่ำกว่า 100 ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 14 และต่ำสุดในรอบ 22 เดือน จากความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง จากความกังวลต่อการอ่อนแรงของเศรษฐกิจที่ทำให้การบริโภคชะลอตัว ด้านการส่งออกหดตัวต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ความไม่สงบในตะวันออกกลางทำให้ผู้ประกอบการต้องระมัดระวังในการดำเนินกิจการ“ศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า จากดัชนีความเชื่อมั่นเดือน ส.ค. นี้ เมื่อพิจารณาในรายละเอียดแล้วพบว่า ความเชื่อมั่นลดลงทั้งในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดย่อม โดยอุตสาหกรรมขนาดย่อมความเชื่อมั่นปรับตัวลงมาอยู่ที่ 88.0 ลดลงเล็กน้อยจากระดับ 88.6 ในเดือนก.ค. โดยกลุ่มที่ลดลงได้แก่อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ เครื่องนุ่งห่ม แกรนิตและหินอ่อน อุตสาหกรรมขนาดกลางความเชื่อมั่นลดลงมาอยู่ที่ 91.9 จาก 92.8 ในเดือนก.ค. โดยกลุ่มที่ลดลงได้แก่ อุตสาหกรรมหนังและผลิตภัณฑ์หนัง รองเท้า และเครื่องประดับ ทางด้านอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ก็ลดลงมาอยู่ที่ 94.3 จาก 94.4 ในเดือนก.ค. โดยเป็นความเชื่อมั่นที่ลดลงในกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิกส์, เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น อุตสาหกรรมอลูมิเนียม ขณะที่เมื่อแยกตามภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นฯรายภูมิภาคพบว่ามีเพียงภาคตะวันออกที่ค่าความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 101.0 เทียบกับ 98.0 ในเดือนก.ค. จากทั้งยอดรับคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการ และผลประกอบการที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ความเชื่อมั่นในภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ปรับตัวลดลงจากในเดือนก.ค. มาอยู่ที่ 93.0 85.4 87.5 84.3 ตามลำดับ

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า