posttoday
Trust ความไว้วางใจ

Trust ความไว้วางใจ

19 กันยายน 2556

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวอยู่ 2 ข่าวที่ทำให้ผมคิดถึงคำว่า trust ขึ้นมาทันที หนึ่งคือ ข่าวเรื่อง เครื่องบินการบินไทยที่ไถลตกรันเวย์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องมาจากความบกพร่องของเครื่องยนต์ นับว่าเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดของการบินไทยที่เมื่อไม่กี่วันก่อน ก็มีกรณีเครื่องบินตกหลุมอากาศที่ฮ่องกง อีกข่าวคือ กรณีแก็งค์ 4 โมงเย็นที่ออกมาทุบหุ้นหรือดันหุ้นขึ้นอย่างมีนัยสำคัญช่วง 4 โมงเย็นของทุกวัน

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวอยู่ 2 ข่าวที่ทำให้ผมคิดถึงคำว่า trust ขึ้นมาทันที หนึ่งคือ ข่าวเรื่อง เครื่องบินการบินไทยที่ไถลตกรันเวย์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องมาจากความบกพร่องของเครื่องยนต์ นับว่าเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดของการบินไทยที่เมื่อไม่กี่วันก่อน ก็มีกรณีเครื่องบินตกหลุมอากาศที่ฮ่องกง อีกข่าวคือ กรณีแก็งค์ 4 โมงเย็นที่ออกมาทุบหุ้นหรือดันหุ้นขึ้นอย่างมีนัยสำคัญช่วง 4 โมงเย็นของทุกวัน

เริ่มจากข่าวการบินไทยก่อน ผมเห็นใจทางการบินไทยอย่างมากครับที่โชคร้ายเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในเวลาไล่เลี่ยกัน เข้าทำนองกฎของ Murphy’s Law ที่มีประโยคง่ายๆ ว่า "If anything can go wrong, it will." ซึ่งแปลความหมายเป็นไทยก็คือ ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็แล้วแต่ ถ้าหากเราปล่อยให้มีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ รับรองได้ว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นแน่นอน

ซึ่งผมก็เชื่อเช่นกันครับว่า คนส่วนใหญ่เข้าใจในเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ได้ดี ผมจึงมั่นใจว่าคงไม่มีใครคิดจะเลิกใช้บริการการบินไทยจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ แต่สิ่งที่กลับสร้างความเสียหายให้กับการบินไทยมากกว่าอุบัติเหตุ ก็คือ เหตุการณ์หลังอุบัติเหตุมากกว่า ข่าวกลุ่มผู้โดยสารการบินไทยที่ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินลื่นไถลออกนอกรันเวย์ โวยการบินไทยบริเวณเคาน์เตอร์เช็กอินการบินไทย ชั้น 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่าถูกทอดทิ้งไม่ได้รับการดูแล ข่าวนี้แหละทำให้การบินไทยเสียหาย เพราะการให้บริการที่ไม่ดี คงอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุไม่ได้ แต่บอกถึงความเป็นมืออาชีพ บอกถึงการเอาใจใส่ลูกค้าอย่างแท้จริง และหากจะมองกันจริงๆแล้ว อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแทนที่จะมองว่าเป็นโชคร้ายอย่างเดียว น่าจะมองว่าเป็นโอกาสที่การบินไทยจะสามารถพิสูจน์สโลแกนของตนเองว่า “รักคุณเท่าฟ้า” ได้อย่างดี แต่น่าเสียดายที่การบินไทยได้พลาดโอกาสที่สำคัญนี้ไป และกลับทำให้ความไว้วางใจต่อคำ “รักคุณเท่าฟ้า” ลดลงไปด้วย

ส่วนอีกข่าว คือ ข่าว “แก๊งค์ 4 โมงเย็น” เป็นที่รู้กันดีในหมู่คนที่ลงทุนในหุ้นว่า ทุกเย็นในช่วงท้ายตลาดเวลาประมาณ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป จะมีวอลุ่มการซื้อขายเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นพฤติกรรมของกลุ่มที่ถูกเรียกว่า "แก๊งค์ 4 โมงเย็น" ที่มักปรากฎตัวในช่วงเวลาดังกล่าว และมีผลอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนดัชนี

อย่างบางวันหุ้นก็นิ่งๆมาตลอด พอ 4 โมงเย็นปุ๊บเหมือนกับติดจรวด วิ่งบวกไปหลายจุด หรืออย่างบางวัน หุ้นก็เริงร่าขึ้นมาตลอดวัน พอ 4 โมงเย็น ก็กลับลำปักหัวลงเอาดื้อๆ ทำให้คนสงสัยกันนักหนาว่า “แก๊งค์ 4 โมงเย็น” เป็นใคร คาดเดากันต่างๆนาๆ ว่า เป็นพวกปอบ (proprietary trade) คือ พอร์ตของโบรกเกอร์บ้างหล่ะ พวกซื้อเช้าขายบ่ายบ้างหล่ะ หรือ พวกนักลงทุนต่างประเทศ บ้างหล่ะ แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม พฤติกรรมของนักลงทุนกลุ่มนี้ ก็สั่นคลอนความไว้วางใจในการลงทุนในตลาดหุ้นไทยไปด้วย

คนที่ลงทุนในตลาดหุ้นต่างก็ยอมรับความเสี่ยงของการลงทุนในตลาดหุ้นว่า เป็นการลงทุนที่ให้โอกาสสำหรับผลตอบแทนที่สูง แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนสูงด้วย แต่พวกเราที่ลงทุนก็ยังมั่นใจว่าบนความเสี่ยงของตลาดหุ้นนั้น เรายังได้รับการคุ้มครองดูแลจากภาครัฐไม่ว่าจะเป็น ก.ล.ต. หรือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ให้เกิดการกระทำที่ไม่เป็นธรรมต่อการซื้อขายหลักทรัพย์ เช่น การใช้ข้อมูลภายใน การปล่อยข่าวลือ หรือ การปั่นหุ้น แต่เหตุการณ์ “แก๊งค์ 4 โมงเย็น” นี้ เป็นเหตุการณ์ของการทำราคาหุ้นที่เกิดต่อเนื่อง และส่งผลต่อราคาหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งนักลงทุนก็หวังว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะดูแลเรื่องดังกล่าว

ซึ่งเราก็ได้รับการชี้แจงจากนายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯได้ร่วมกับ ก.ล.ต. จับตาดูมาตลอดระยะเวลากว่า 34 เดือนแล้ว พบว่าไม่มีเหตุที่น่าสงสัย ในเรื่อง “แก๊ง 4 โมงเย็น” สาเหตุเป็นเพราะตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดหุ้นเดียวที่ปิดตลาดหลังสุดในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งคาบเกี่ยวกับช่วงเวลาการเปิดตลาดหุ้นยุโรป เพราะฉะนั้นหากนักลงทุนที่จะเข้ามาซื้อขายในช่วงเวลาเปลี่ยนถ่ายจึงไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติ ฟังเสร็จแล้วก็คงสรุปได้ว่า ถ้าอยากจะเล่นหุ้นต่อ ก็คงต้องระวังตัวเอง ต่อไปนอกจากดูพื้นฐาน ดูเทคนิคแล้ว คงต้องเดาใจ “แก๊งค์ 4 โมงเย็น” ด้วยว่าวันนี้พี่ท่านจะปั่นขึ้นหรือทุบลง

เราจะเห็นได้ว่าเหตุการณ์ทั้ง 2 กรณีล้วนส่งผลให้ “ความไว้วางใจ” หรือ “Trust” ของเราต่อบริการนั้นลดลง อย่างการบินไทย ก็อาจทำให้หลายคนอาจไม่อยากขึ้นการบินไทย หรือ หากค่าโดยสารเท่ากัน ก็จะเลือกขึ้นสายการบินอื่น หรือกรณีของตลาดหุ้น ก็อาจทำให้หลายคนที่เข้าลงทุนในหุ้น เพราะมองว่าเป็นการลงทุนที่ดีสำหรับการลงทุนระยะยาวอย่างที่ ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน (Thailand Securities Institute: TSI) บริษัทลูกของตลาดหลักทรัพย์ฯ พยายามให้ความรู้กับประชาชน ขาดความไว้วางใจว่า สรุปแล้วตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นแหล่งการลงทุนที่ดี หรือ เป็นแหล่งสำหรับคนที่ได้เปรียบมาสร้างรายได้บนเงินออมของคนที่เสียเปรียบกันแน่

สิ่งสุดท้ายที่อยากขอย้ำก็คือ ความไว้วางใจเหมือนแก้วเจียรนัยที่เปราะบาง คือ มีค่า สร้างได้ยาก แต่เสียได้ง่าย จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างทะนุถนอมและสม่ำเสมอ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ