
พลิกล็อกTT&Tโหวตไม่ผ่าน
ทีโอทีขยับขึ้นเจ้าหนี้ใหญ่ค้านแก้ฟื้นฟูผู้บริหารแผนเจอทางตันลั่นลาออก
ทีโอทีขยับขึ้นเจ้าหนี้ใหญ่ค้านแก้ฟื้นฟูผู้บริหารแผนเจอทางตันลั่นลาออก
เกมพลิกเจ้าหนี้ TT&T ไม่โหวตแก้แผนฟื้นฟูฯ หลังทีโอทีขึ้นแท่นเจ้าหนี้เบอร์ 1
แหล่งข่าวจากบริษัท ทีทีแอนด์ที (TT&T) เปิดเผยว่า ในการประชุมเจ้าหนี้ของบริษัทเพื่อขอเสนอแก้ไขแผนฟื้นฟูฯ ในวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหนี้สัดส่วนเกินกว่า 50% มีมติไม่รับแก้แผนฟื้นฟูฯ ตามที่ผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ เสนอ ซึ่งผิดจากความคาดหมายเพราะได้มีการหารือกับเจ้าหนี้ไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการขอแก้แผนฟื้นฟูฯ
ทั้งนี้ แผนที่เสนอแก้ไขขอกำหนดเงื่อนไขว่าเจ้าหนี้เดิมจะต้องยอมแปลงหนี้เป็นทุน เพื่อลดหนี้เดิมให้เหลือสัดส่วน 5% ของมูลหนี้ และจะทยอยใช้คืนในภายหลัง พร้อมทั้งขอลดภาระหนี้ดอกเบี้ย โดยขอลดอัตราดอกเบี้ยจากเดิมที่ต้องจ่าย 3% ต่อปี ลงเหลือ 0.1% เพื่อให้นักลงทุนรายใหม่สามารถใส่เงินได้ โดยการออกหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (พีพี) มูลค่าไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาลงทุนขยายธุรกิจใหม่
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เจ้าหนี้โหวตไม่ผ่านแผนฟื้นฟูฯ โดยเฉพาะเจ้าหนี้รายใหญ่คือ บริษัท ทีโอที ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพิ่งกำหนดสิทธิโหวตใหม่ในเช้าวันที่ 18 ก.ย. ส่งผลให้ทีโอทีมีเสียงโหวตเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนเกินกว่า 50% หรือมีสิทธิเป็นเจ้าหนี้เพิ่มเป็น 1.48 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ 6,900 ล้านบาท หรือมีสัดส่วน 1 ใน 3 ใกล้เคียงกับเจ้าหนี้หลักรายอื่นอีก 2 ราย ทั้งนี้ TT&T มีจำนวนเจ้าหนี้ทั้งสิ้นประมาณ 30 ราย เป็นมูลหนี้รวมประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ จากกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้กำหนดสิทธิการโหวตให้ทีโอทีเพิ่มขึ้นนั้น ส่งผลให้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการควบคุมดูแล TT&T รวมถึงมีอำนาจในการแต่งตั้งผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ ใหม่ เพื่อดำเนินการให้ TT&T ออกจากแผนฟื้นฟูฯ
สำหรับผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ หลังเสนอแก้แผนฟื้นฟูฯ ไม่ได้รับการโหวต ตามมารยาทผู้บริหารปัจจุบันของ TT&T โดยบริษัท พี แพลนเนอร์ ส่งเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ ปัจจุบัน จะประกาศลาออกอย่างแน่นอน เพราะเจ้าหนี้ไม่สนับสนุนให้ทำงานต่อ
“เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดเสียงโหวตใหม่ให้สิทธิโหวตทีโอทีเพิ่มขึ้นเกินเจ้าหนี้หลักรายอื่นๆ ทำให้ผลการโหวตวันนี้ผิดจากที่คาดว่าเจ้าหนี้จะโหวตผ่านให้แก้แผนฟื้นฟูฯ เกิน 50% เพราะเป็นแนวทางเดียวที่จะทำให้ธุรกิจเดินต่อไปได้ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับ TT&T ได้ประโยชน์ ทั้งผู้ถือหุ้นรายย่อยที่มีจำนวน 1.2 หมื่นราย พนักงาน 3,000 คน และลูกค้าอีก 7 แสนราย ไม่ใช่แค่เจ้าหนี้ เพราะถ้ายอมแฮร์คัตหนี้ ผู้ลงทุนใหม่จึงกล้าใส่เงินเข้ามา มองว่าพอทีโอทีได้สิทธิโหวตเจ้าหนี้สูงสุดน่าจะดี เพราะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งการทำงานควรต้องคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ” แหล่งข่าวเปิดเผย
ปัจจุบัน TT&T มีสินทรัพย์จำนวนไม่มากมีเฉพาะส่วนที่ได้ขยายการลงทุนเครือข่ายหรือซ่อมแซมของเดิมที่ชำรุด ภายหลังจากได้โอนสินทรัพย์มูลค่า 3 หมื่นล้านบาทไปแล้วให้กับทีโอที ในฐานะเจ้าหนี้ที่เรียกร้องสิทธิเข้ามา
อย่างไรก็ตาม หากต้องกลับไปใช้แผนฟื้นฟูฯ เดิมนั้น จะไม่เป็นประโยชน์กับบริษัท เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ TT&T จะผิดชำระหนี้สูง เพราะไม่ได้มีการปรับโครงสร้างหนี้ให้ลดลง โดยกำหนดต้องชำระคืนหนี้ให้หมดก่อนอายุสัมปทานของ TT&T ที่จะครบในปี 2561 คิดเป็นเงินต้นและดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายรวมประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งหากได้ปรับโครงสร้างหนี้ให้ลดลงได้ TT&T ยังมีศักยภาพทางธุรกิจสูง เพราะปัจจุบันมีรายได้ประมาณ 200 ล้านบาทต่อเดือน
ก่อนหน้านี้บริษัทรายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2556 ว่ามีขาดทุนสุทธิ 415 ล้านบาทลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 536 ล้านบาท และรวมครึ่งแรกปีนี้ขาดทุนสุทธิเพียง 215 ล้านบาท ดีขึ้นมากจากขาดทุนสุทธิ 646 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน
อย่างไรก็ตาม สำนักงานเอ.เอ็ม.ที. แอสโซซิเอท ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นในการสอบทานงบการเงินของบริษัทและบริษัทย่อย สำหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2556 เนื่องจากผลของความไม่แน่นอนหลายเหตุการณ์ และมีข้อจำกัดที่อยู่เหนือการควบคุมของกิจการ ซึ่งอาจมีความสัมพันธ์กันและมีความเป็นไปได้ที่จะมีผลกระทบอย่างเป็นสาระสำคัญอย่างมากต่อข้อมูลทางการเงิน







