
TDRIปัดเจรจา"กสทช."ขอถอนฟ้อง
ทีดีอาร์ไอยันไม่มีนักวิชาการ และสื่อติดต่อขอถอนฟ้องกับกสทช.จวกเรื่องตรวจสอบง่ายยังพูดไม่จริง
ทีดีอาร์ไอยันไม่มีนักวิชาการ และสื่อติดต่อขอถอนฟ้องกับกสทช.จวกเรื่องตรวจสอบง่ายยังพูดไม่จริง
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ออกมาระบุว่าได้รับการติดต่อจากผู้ถูกฟ้องในคดีฟ้องหมิ่นประมาทการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตจนคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.)และกสทช.อาจจะถอนฟ้อง ว่า แปลกใจมากเมื่อได้ยินข่าวเลขาธิการ กสทช.เมื่อวานนี้ที่ว่ามีผู้ที่ถูกฟ้อง 1 ราย จะมาเจรจากับกสทช.วันนี้เพื่อถอนฟ้อง แต่ผมได้ดูในเฟชบุ๊คุณณัฏฐา โกมลวาทิน สื่อมวลชนซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่กสทช.ถูกฟ้องเธอก็ยืนยันว่าไม่ได้มีความคิดใดๆที่จะไปเจรจากับกสทช.เพื่อขอถอนฟ้อง เพราะได้ทำหน้าที่สื่ออย่างถูกต้องแล้ว
เช่นเดียวกันคุณเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ นักวิชาการจากทีดีอาร์ไอที่ถูกฟ้องด้วย ก็ได้ยืนยันว่าไม่ได้มีความคิดจะไปเจรจากับกสทช.เพื่อถอนฟ้อง เนืองจากมั่นใจว่าทำหน้าที่ทางวิชาการได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการแล้ว เพราะฉะนั้นจึงประหลาดใจอย่างยิ่งที่กสทช.ให้ข่าวในลักษณะนี้ ซึ่งนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ที่บอกว่า นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการ กสทช. และ กทค.ให้ข่าวว่าจะมีผู้ถูกฟ้องจะมาเจรจาเพื่อถอนฟ้อง แต่ข้อสรุปที่ตรวจสอบแล้วเชื่อว่า นายฐากรคุณหรือนายสุทธิพล ท่านใดท่านหนึ่งต้องพูดไม่จริงต่อสาธารณะชน ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ
“จากากรตรวจสอบแล้ว ผมเชื่อว่าไม่มีใครติดต่อขอเจรจาถอนฟ้องกับกสทช. ฉะนั้น ท่านใดท่านหนึ่งใน 2 ท่านนี้ในกสทช.ที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐต้องให้ข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะเรื่องที่สามารถตรวจสอบได้ง่ายๆว่าจริงหรือไม่ ยังให้ข้อเท็จจริงไม่ถูกต้อง แล้วในเรื่องที่มีความสลับซับซ้อนเกี่ยวข้องผลประโยชน์มากๆแล้วประชาชนไม่ค่อยเข้าใจ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าท่านจะให้ข้อมูลกับสาธารณะชนอย่างถูกต้อง” นายสมเกียรติกล่าว
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ถ้ากสทช.อยากจะถอนฟ้อง ควรจะถอนฟ้องเอง หากเห้นว่าการดำเนินการที่ผ่านมาไม่ถูกต้องเหมาะสม เพราะทางทีดีอาร์ไอและสื่อคงไม่มีแนวคิดจะไปเจรจาถอนฟ้อง เพราะหากจะมีการดำเนินการใดๆควรต้องเปิดเวทีสาธารณะพูดคุยกันถึงความถูกต้องเหมาะสมของการที่กสทช.ไปขยายอายุการใช้สัมปทานคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ มองว่าเรื่องนี้เป็นรื่องสาธารณะควรพูดในที่แจ้ง เพราะไม่ได้มีการแสดงออกหรือถอนฟ้องใดๆที่ทีดีอาร์ไอหรือนักวิชาการบ่อวาต้องการจะเจรจาถอนฟ้อง ส่วนทางสื่อไทยพีบีเอสเทาที่สอบถามก็ไม่มีแนวคิดจะเจรจาเช่นกัน การทำหน้าที่ทางวิชาการและสื่อได้ทำหน้าที่ตามหลักวิชาการและหลักการทำหน้าที่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องไปขอร้องให้ถอนฟ้อง
ทั้งนี้ ในทางตรงกันข้ามถ้าคดีไปสู่ศาลแล้วทำให้เกิดความยุ่งยากเสียเวลากับคนที่ทำหน้าที่ แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะนำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการศาลจะได้สามารถใช้อำนาจของศาลเรียกข้อมูลที่ยังเป้นความลับไม่ถูกเปิดเผยโดยกสทช.ออกมาให้เป็นข้อมูลสาธารณะ ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นประชาชนจะได้ประโยชย์และทราบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีที่มาที่ไปอย่างไร
นายสมเกียรติ กล่าวว่า การที่กสทช.ออกมาพูดเรื่องมีการขอเจรจาจากสื่อและนักวิชาการมีเจตนาอย่างไรนั้น ผมคงไม่ทราบได้ แต่ถ้ามีการพูดจริงแสดงว่าต้องมีท่านใดท่านหนึ่งของกสทช.ให้ข้อมูลที่ไม่จริงกับสาธาณะ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่กสทช.ต้องออกมาชี้แจงในเรื่องดังกล่าว ว่าใคร อ้างใครที่ไปติดต่อท่าน ท่านจึงนำมากล่าวอย่างว่ามีความพยามจากสื่อมวลชนและนักวิชาการเข้าเจรจาถอนฟ้องเช่นนี้ ผมมองว่าสิทธิเสรีภาพของสื่อและนักวิชาการเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ และการทำหน้าที่ในกรรีแบบนี้จำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองจากสังคม และเป็นบทเรียน เป็นกรณีศึกษา ที่จะชี้ให้เห็นว่าหากสิทธิของสื่อและนักวิชาการถูกคุมคามไปแล้วทำให้การทำงานของรัฐที่บริหารเม็ดเงินเป็นแสนล้านบาทต่อปีได้คนที่เสียประโยชน์ก็คือประชาชน เพราะประชาชนควรได้รับทราบข้อมูล
ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดการฟ้องร้องขึ้น เนื่องมาจาก กสทช.นำคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตซ ซึ่งเป็นเคลื่อน 2 จี ที่สามารถไปใช้กับโทรศัพท์คลื่น 4 จีซึ่งเป็นการสื่อสารคลื่นความเร็วสูงได้ด้วย แต่กทค.ไปต่อายุสัมปทานให้กับบริษัทเอกชน 2 บริษัท มีผลทำให้หมดโอกาสที่จะนำคลื่นไปใช้กับคลื่น 4 จีซึ่งมีประโยชน์มีคุณค่ากับสัมคมมากว่า เป็นความสูญเสียต่อสังคม เพราะหากยืดเวลาออกไปอีก 1 ปี ความเสียหายก็คือประเทศไทยจะได้ใช้ 4 จี ล่าช้าออกไปอีก 1 ปี ที่สำคัญคือ การดำเนินการของกทค.ดำเนินการถูกกฎหมายหรือไม่ คิดว่าเป็นประเด็นที่กสทช.และกทค.ต้องตอลและชี้แจงว่าได้ปรึกษาหน่วยงานกฏหมายว่าทำถูกต้องแล้วหรือไม่
ก่อนหน้านี้ กทค. 4 คน และสำนักงานกสทช. ได้ยื่นฟ้องหมิ่นประมาท น.ส.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัย ทีดีอาร์ไอ นักวิชาการ และ น.ส.ณัฏฐา โกมลวาทิน ผู้ดำเนินรายการ ที่นี่ไทยพีบีเอส สื่อมวลชนที่ระบุว่า กทค.ประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตซ ล่าช้า สร้างความเสียหายให้กับประเทศ 1.6 แสนล้านบาท กระทั้งล่าสุด นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ออกมาระบุว่า ขณะนี้ได้รับการติดต่อจากไทยพีบีเอสที่จะเข้ามาเจรจากับกทค. ทั้ง 4 คนแล้ว และหากเจรจาเข้าใจกันอาจจะมีการถอนฟ้อง







