
กรุงศรีฯเพิ่มทุน 4.4 หมื่นล.โตเกียว-มิตซูบิชิรับอุ้ม
ในที่สุดมีความชัดเจนการประกาศควบรวมกิจการระหว่างธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารแห่งโตเกียวมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (BTMU)
ในที่สุดมีความชัดเจนการประกาศควบรวมกิจการระหว่างธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารแห่งโตเกียวมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (BTMU)
เจนิส แวน เอ็กเคอเรน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการธนาคารวันที่ 18 ก.ย. ที่ประชุมมีมติรับข้อเสนอของธนาคารแห่งโตเกียวมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ จะลงทุนซื้อและถือหุ้นของธนาคารกรุงศรีอยุธยา รวมถึงการควบรวมกิจการของธนาคารแห่งโตเกียวมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (สาขากรุงเทพฯ) โดยได้แต่งตั้งให้ธนาคารดอยช์แบงก์เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและจะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2556 ในวันที่ 31 ต.ค.นี้
สำหรับแผนการควบรวมกิจการดังกล่าวจะเริ่มต้นประมาณต้นปี 2557 ภายหลังจากเสร็จสิ้นการทำผ่านการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์โดยสมัครใจ (VTO)
ทั้งนี้ ธนาคารแห่งโตเกียวมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (BTMU) ได้ประกาศแผนการเข้าซื้อหุ้นของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ผ่านการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์โดยสมัครใจ (VTO) เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ธนาคารทั้งสองแห่งได้บรรลุข้อตกลงในสัญญาซื้อขายกิจการ สินทรัพย์และหนี้สินของ BTMU สาขากรุงเทพฯ แบบมีเงื่อนไขและแผนการควบรวม BTMU สาขากรุงเทพฯ เข้ากับธนาคารภายหลังจากการทำ VTO โดยยึดหลักการตามนโยบายสถาบันการเงิน 1 รูปแบบ ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยเมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ธปท.ได้อนุมัติให้มีสัดส่วนของผู้ถือหุ้นต่างชาติได้มากกว่า 49% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
ทั้งนี้ หลังจากการทำ VTO เสร็จสิ้นแล้ว ธนาคารมีแผนการควบรวมโดยซื้อกิจการ สินทรัพย์และหนี้สินของ BTMU สาขากรุงเทพฯ และธนาคารจะชำระค่าตอบแทนการซื้อกิจการดังกล่าว โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนของธนาคาร 1,143,221,782 หุ้นแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่ BTMU ในราคาหุ้นละ 39 บาท คิดเป็นมูลค่าราว 4.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงแต่สูงสุดจำนวนหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกให้ BTMU จะมีจำนวนสูงสุดไม่เกิน 1,500 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นมูลค่าราว 5.8 หมื่นล้านบาท ภายใต้สัญญาซื้อขายกิจการ สินทรัพย์และหนี้สินของ BTMU สาขากรุงเทพฯ แบบมีเงื่อนไข ซึ่งจะทำให้ทุนจดทะเบียนของธนาคารเพิ่มขึ้นจาก 60,741,437,470 บาท เป็น 75,741,437,470 บาท
ทั้งนี้ ธนาคาร BTMU สาขากรุงเทพฯ มีสินทรัพย์รวมประมาณ 5.83 แสนล้านบาท ซึ่งให้บริการกับลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลักมานานกว่า 50 ปี โดยการควบรวมกิจการครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้ธนาคารสามารถให้บริการทางการเงินที่มีความหลากหลายและครบวงจรแก่ลูกค้ากลุ่มต่างๆ ที่มีเครือข่ายทั่วโลก
ก่อนหน้านี้ กลุ่มจีอี แคปปิตอล อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง คอร์ปอเรชั่น (GECIH) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิมของธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้ลงนามในข้อตกลงเสนอซื้อหุ้นสามัญที่ถืออยู่จำนวน 1,538,365,000 หุ้น คิดเป็น 25.33 % ของหุ้นที่จำหน่ายทั้งหมดให้กับธนาคารแห่งโตเกียวมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ในราคา 39 บาทต่อหุ้นหรือคิดเป็นมูลค่าราว 5.99 หมื่นล้านบาท







