
แบะถอดบทเรียนอียูงดใช้นามสถุลพิเศษค้าขาย
การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่รวมตัวกันในปี 2558 เท่านั้น
โดย...ปรียนิจ กลุตั้งเจริญ
การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่รวมตัวกันในปี 2558 เท่านั้น แต่จะต้องสร้างประโยชน์ให้แต่ละประเทศอย่างเท่าเทียมกัน
มหาเธร์ มูฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งมาเลเซีย กล่าวภายในงานสัมมนาหัวข้อ “Assessing ASEAN’s Readiness by country : Opportunity, Concerns, and Preparedness Toward the AEC 2015” ว่า การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะนำมาซึ่งผลประโยชน์ร่วมกัน มีตลาดที่ใหญ่ขึ้นรวมทั้งสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขจัดความล่าช้าในเรื่องพิธีการต่างๆ
แต่การรวมตัวเป็นประชาคมก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จเสมอไป ดูตัวอย่างจากการรวมตัวของสหภาพยุโรป (อียู) ที่ประสบวิกฤตเศรษฐกิจจนปัจจุบันยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งอียูในระยะเริ่มแรกเป็นการรวมตัวของประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ขณะที่ต่อมากลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกต้องการเข้ามาร่วมด้วยเพื่อยกระดับเศรษฐกิจในประเทศ และเมื่ออียูยอมรับการใช้สกุลเงินเดียวกันก็ถือเป็นวิธีการที่ผิดพลาด เพราะแต่ละประเทศยังไม่มีความพร้อมและระดับเศรษฐกิจที่ไม่เท่าเทียมกัน
นี่ทำให้ประเทศที่พัฒนาช้ากว่าประสบปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ เพราะตามการพัฒนาไม่ทันเมื่อค่าเงินสูงขึ้น ค่าครองชีพ และเงินเฟ้อในประเทศสูงขึ้น จึงประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจภายในประเทศ ทำให้อียูกลายเป็นภูมิภาคที่มีความไม่เท่าเทียมกัน
ขณะที่การรวมตัวของอาเซียนจำเป็นต้องศึกษาข้อผิดพลาดจากอียูและหลีกเลี่ยงการดำเนินการที่จะทำให้เกิดปัญหาอย่างที่อียูประสบอยู่ การเตรียมความพร้อมในการรวมตัวเป็นอาเซียนต้องนึกถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ของแต่ละประเทศให้เท่าเทียมกัน ไม่ใช่แค่วางนโยบายที่เป็นประโยชน์เฉพาะบางประเทศ
มาเลเซียไม่เสนอให้อาเซียนใช้เงินสกุลเดียวกัน เนื่องจากจะส่งผลร้ายต่อระบบเศรษฐกิจ แต่อาเซียนควรมีเงินสกุลเดียวกันสำหรับใช้ในการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านการค้าภายในภูมิภาค โดยเป็นสกุลเงินพิเศษที่กำหนดขึ้นมาใช้ในการค้ากันภายในอาเซียน และอ้างอิงจากราคาทองคำ ไม่อ้างอิงกับเงินเหรียญสหรัฐ เพราะทองคำมีเสถียรภาพมากกว่าเงินเหรียญสหรัฐ ขณะที่การใช้เงินภายในประเทศจะยังใช้เงินสกุลท้องถิ่น
นอกจากนี้ การใช้นโยบายร่วมกันก็ต้องทำให้ราบรื่น คำนึงถึงผลกระทบของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น มาตรการทางภาษี สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความพร้อมมากที่สุด เพราะได้ปรับเป็นภาษี 0% ไปแล้ว แต่ประเทศอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาด้านเศรษฐกิจยังคงต้องพึ่งพารายได้จากการเก็บภาษีศุลกากร จึงต้องมีการผ่อนปรนให้บางประเทศเช่น ลาว พม่า กัมพูชา โดยไม่บังคับให้ต้องเร่งลดภาษีโดยเร็ว
สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า สิ่งที่อาเซียนควรทำ คือ เพิ่มการค้าภายในภูมิภาคให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่การค้าภายในภูมิภาคมีสัดส่วนเพียง 25% ของมูลค่าการค้ากับตลาดโลก
ขณะเดียวกัน อาเซียนต้องหลุดจากกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ซึ่งพึ่งพิงการใช้แรงงานราคาถูก ขายสินค้าราคาถูก เพราะหากยังเติบโตในลักษณะนี้จะไม่สามารถสู้กับจีนหรืออินเดียได้จึงจำเป็นต้องลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น
ส่วนสิ่งที่อาเซียนไม่ควรทำ ได้แก่ ลดภาษี แต่กลับเพิ่มมาตรการกีดกันทางการค้า เนื่องจากจะเป็นอุปสรรคต่อการรวมตัวเป็นตลาดเดียวกัน รวมทั้งแต่ละประเทศต้องปรับปรุงกฎหมาย ข้อกำหนดทางการค้า ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของอาเซียน และต้องส่งเสริมให้เปิดเสรีผู้เชี่ยวชาญในสาขาอาชีพต่างๆ ไม่อย่างนั้นการสร้างตลาดเดียวกันจะไม่เกิดขึ้น เพราะคนยังรู้สึกถึงการแบ่งเขตพรมแดนอยู่







