posttoday
สอบเข้า

สอบเข้า

18 กันยายน 2556

ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ผู้ใหญ่ทั้งหลายมีเรื่องให้ “ว้าวุ่น” จากปัญหาค่าครองชีพพุ่ง เจอทั้งขึ้นค่าทางด่วนและค่าก๊าซแอลพีจีครัวเรือนกันอย่างพร้อมเพรียง หนำซ้ำยังเจอพิษไข่ไก่แพงอีกระลอก

ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ผู้ใหญ่ทั้งหลายมีเรื่องให้ “ว้าวุ่น” จากปัญหาค่าครองชีพพุ่ง เจอทั้งขึ้นค่าทางด่วนและค่าก๊าซแอลพีจีครัวเรือนกันอย่างพร้อมเพรียง หนำซ้ำยังเจอพิษไข่ไก่แพงอีกระลอก

มาถึงช่วงกลางเดือนก็เป็นคราวเด็กๆ “ว้าวุ่น” กันบ้าง เมื่อท่านเจ้ากระทรวงศึกษาธิการ จาตุรนต์ ฉายแสง ออกมา “เล็ง” รื้อระบบ “สอบเข้า” ศึกษาต่อระดับอุดมศึกษากันใหม่ โดยจ่อยกเลิกระบบการสอบรับตรงของแต่ละมหาวิทยาลัย

ทำเอาเด็กๆ และผู้ปกครองหลายคน หลั่ง “คอร์ติซอล” และ “อะดรีนาลิน” กันเป็นแถว!!

สาเหตุที่ท่านจ่อจะยกเลิกนั้น เนื่องจากการสอบรับตรงมีค่าใช้จ่าย ใครอยากสอบหลายที่ก็ต้องมีทุนหนา อีกทั้งยังต้องเรียนพิเศษเยอะๆ กลายเป็นว่า “โอกาส” เข้าศึกษาต่อในสถาบันดีๆ เป็นของ “คนที่รวยกว่า” กันไป

นอกจากนี้ ท่านยังย้ำว่าข้อสอบที่ใช้สอบตรงของสถาบันทั้งหลายนั้นออกกัน “เกินหลักสูตร”

วันนี้จึงอยากเล่าถึงเรื่องการสอบเข้าศึกษาต่อของสิงคโปร์ ชาติอาเซียนที่ได้รับการจัดอันดับจาก World Economic Forum มีคุณภาพระบบการศึกษาเป็นอันดับ 3 ของโลก ให้ทุกท่านพิจารณาพร้อมกันครับ

เนื่องจากสิงคโปร์เป็นประเทศไม่ใหญ่ การดูแลระบบสอบเข้าของเขาไม่ว่าจะในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา หรืออนุปริญญา จึงมีระบบแอดมิชชันอยู่ที่ส่วนกลาง เว้นในบางระดับที่มีระบบความร่วมมือกับโรงเรียนด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับระดับอุดมศึกษา สิงคโปร์ได้กระจายอำนาจให้แต่ละสถาบันดูแลจัดการตัวเอง กระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์ทำหน้าที่เพียงให้งบประมาณสนับสนุน ปล่อยสถาบันคัดเลือกเด็กกันเอง

มาดูการคัดเลือกเด็กของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ที่นี่มีระบบการคัดเลือกที่เรียกว่า UEE (The University Entrance Examination) ผู้สมัครต้องสอบ 7 วิชาหลัก ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ มนุษยศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ อีก 2 ตัว

ที่น่าสนใจในการสอบของที่นี่ คือระบบการสอบให้สิทธิแก่ผู้มีผลการสอบ UAN ของอินโดนีเซีย และ VHSGE ของเวียดนามด้วย ใครสนใจมาศึกษาต่อ ก็มีการอำนวยความสะดวกด้วยการจัดสอบในอินโดนีเซียและเวียดนามโดยตรง ยิ่งใครมีผลการเรียนดี มหาวิทยาลัยจะดำเนินการเทียบเชิญมาทดสอบเลย

กล่าวให้ชัดคือ สิงคโปร์เลยจุดจะมานั่งถกนั่งเถียงกันแล้วว่า สถาบันมีสิทธิทดสอบเองหรือไม่ เพราะเขาไปไกลถึงขั้นไปจัดให้คนต่างชาติสอบแล้ว

ในมุมมองส่วนตัว ผมเห็นด้วยว่าเด็กไทยยุคนี้เสียค่าใช้จ่ายกับ “การเรียนเพื่อการสอบ” และ “การสอบ” จำนวนมากเกินจำเป็น และเป็นไปได้ว่าเอื้อโอกาสให้ “คนมีเงิน” มากกว่า แต่การยกเลิกระบบรับตรงไม่น่าจะช่วยลดโอกาสของคนมีเงิน หนำซ้ำก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มโอกาสของเด็กในครอบครัวไม่ร่ำรวย

โรงเรียนกวดวิชาก็แค่ปรับคอร์สมาเน้นสอบแอดมิชชันมากขึ้น ผู้ปกครองมีเงินก็แค่ส่งเด็กไปเรียนพิเศษเพื่อสอบแอดมิชชันให้หนักขึ้นแทน เพราะปัญหานี้กลายเป็น “ธุรกิจ” และ “ค่านิยม” ไปแล้ว

สิ่งที่ผมคิดว่าควรทำ คือกลับไปดูกันให้ชัด ว่าค่านิยมดังกล่าวเกิดจากอะไร เพราะการศึกษาในระบบไม่ตอบโจทย์? ข้อสอบสอบตรงออกเกินหลักสูตร? ข้อสอบแอดมิชชันไม่น่าเชื่อถือ? หลักสูตรมัธยมศึกษาปัจจุบันผลิตคนได้ไม่ตรงตามความต้องการของแต่ละมหาวิทยาลัย? และอีกนานาสารพัด

เรื่องนี้มันเป็นปัญหาทั้งระบบครับ ไม่ใช่แค่การสอบเข้า

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน