
ทันสถานการณ์
กทพ.แพ้บีอีซีแอล 5,000 ล้านบาท
กทพ.แพ้บีอีซีแอล 5,000 ล้านบาท
นายอัยยณัฐ ถินอภัย ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า เตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อ หลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ โดยให้ กทพ. ชำระเงิน 5,021 ล้านบาทให้กับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (บีอีซีแอล) เนื่องจากคดีดังกล่าวยังไม่ถือว่าสิ้นสุด และ กทพ.ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ถึงวันที่ 13 ต.ค. 2556 โดยจะมอบหมายให้สำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินการ ซึ่งถือว่าเป็นอัยการของรัฐอยู่แล้ว
คดีดังกล่าว ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 13 ก.ย. สั่งให้ กทพ.ต้องชำระเงินส่วนแบ่งรายได้ค่าผ่านทางพิเศษโครงข่ายในเขตเมืองให้บีอีซีแอลตามสัญญา ระหว่างวันที่ 13 พ.ย. 2535 ถึงวันที่ 2 ก.ย. 2536 ประกอบด้วยส่วนแบ่งรายได้ 1,974.6 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย ถึงวันที่ 19 ต.ค. 2554 เป็นจำนวน 3,046.5 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นายอัยยณัฐปฏิเสธที่จะให้ความเห็นถึงคดีของ กทพ.ที่มักจะแพ้ในชั้นพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการว่า ไม่ก้าวล่วงการพิจารณา เพราะเรื่องนี้อยู่ในดุลยพินิจของศาล แต่มั่นใจว่า ที่ผ่านมาทั้ง กทพ.และอัยการทำหน้าที่อย่างดีที่สุด และรักษาผลประโยชน์ กทพ.อยู่แล้ว
พลังงานรับมือพม่าหยุดส่งก๊าซ
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือถึงข้าราชการในสังกัดกระทรวงพลังงานจัดทำรายงานแผนการที่จะเกิดผลกระทบด้านพลังงานกับประเทศ หลังจากสหภาพพม่า ผู้ผลิตก๊าซในแหล่งเยตากุน ได้แจ้งปิดซ่อมท่อก๊าซระหว่างวันที่ 25 ธ.ค. 2556 ถึงวันที่ 8 ม.ค. 2557 ทำให้ก๊าซธรรมชาติขาดหายไปจำนวน 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และทำให้กำลังผลิตไฟฟ้าที่ขาดหายไปประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจึงต้องการรับทราบและหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน
นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กำลังผลิตไฟฟ้าที่ขาดหายไปประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้า เนื่องจากช่วงระยะเวลาดังกล่าวเป็นฤดูหนาวและเป็นช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำที่สุดของแต่ละปี คาดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าประมาณ 2.3 หมื่นเมกะวัตต์
โฆษณาผิด อย.ลดลง 50%
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า ปัญหาโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในสื่อวิทยุและโทรทัศน์ เคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมลดลงมากถึง 50% หลังจาก กสท.ร่วมกับ อย.เริ่มใช้กฎหมายในการปราบปรามและควบคุมการโฆษณาที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง และได้ประชุมหารือการแก้ปัญหาโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายในสื่อวิทยุและโทรทัศน์ ซึ่งเป็นการร่วมหารือจากทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นครั้งแรก ทั้งจาก อย. ผู้บริโภคในกิจการวิทยุโทรทัศน์ ผู้ประกอบการสื่อที่ออกอากาศผลิตภัณฑ์ และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่โฆษณาผ่านสื่อและถูกตักเตือนการโฆษณาไม่เหมาะสม
ภญ.ศรีนวล กรกชกร รองเลขาธิการ อย. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่า ต้องโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์อย่างไรที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการ และได้แนะผู้ให้บริการโครงข่าย (มัลติเพลกเซอร์) ว่าควรช่วยตรวจสอบโฆษณาก่อนออกอากาศทุกครั้งว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ มีการผลิตหรือมีส่วนประกอบรวมทั้งขออนุญาตโฆษณาอย่างถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจะมีใบอนุญาตกำกับผลิตภัณฑ์อาหาร ยา และอุปกรณ์การแพทย์เสมอ







