posttoday
เอกชนลั่นนโยบายยางรัฐต้องชัดและต่อเนื่อง

เอกชนลั่นนโยบายยางรัฐต้องชัดและต่อเนื่อง

18 กันยายน 2556

ดูจะเป็นทางออกที่เป็นไปได้ดีที่สุดในการรักษาเสถียรภาพราคายาง นั่นคือการเพิ่มความต้องการใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

ดูจะเป็นทางออกที่เป็นไปได้ดีที่สุดในการรักษาเสถียรภาพราคายาง นั่นคือการเพิ่มความต้องการใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการผลิตยางล้อรถยนต์ที่ไทยเป็นเบอร์หนึ่งของอาเซียน แต่มีการใช้ยางพาราในประเทศต่ำมากเมื่อเทียบกับผลผลิตที่ได้

“สมชาย หาญหิรัญ” ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันไทยผลิตน้ำยางได้ 3.78 ล้านตัน แต่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมเพียง 13% หรือ 5 แสนตัน เป็นสต๊อก 5.52 แสนตัน ที่เหลือ 3.12 ล้านตัน แปรรูปขั้นต้นเพื่อส่งออก หากโครงสร้างยังเป็นแบบนี้จะทำให้ความต้องการผูกติดอยู่กับผู้ซื้อในต่างประเทศ และกระทบต่อราคาในระยะยาว

นอกจากนี้ ถ้าดูจากผู้นำเข้าสำคัญ 5 อันดับแรก ปรากฏว่าปีนี้กำลังซื้อต่างหดตัวหมด โดยเฉพาะจีนที่นำเข้าจากไทยสัดส่วนสูงสุด 43.1% ครึ่งแรกปีนี้นำเข้าลดลง 5.06% รวมทั้งมาเลเซีย ญี่ปุ่น สหรัฐ และยุโรป ทำให้การส่งออกครึ่งแรกปีนี้ลดลงเฉลี่ย 16.17% หรือมีมูลค่า 2.7 แสนล้านบาท

ในขณะที่ยางที่เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมในไทย 5 แสนตัน สามารถแปรรูปและส่งออกได้กว่า 2.6 แสนล้านบาท ขยายตัว 1.97% โดยเป็นการผลิตยางล้อพาหนะสูงสุด สัดส่วน 67% ผลผลิตที่ได้ยังส่งออกถึง 47.45% ไม่นับยางแปรรูปอื่นๆ ที่ส่งออกเพิ่มหมดยกเว้นถุงมือยาง

ข้อมูลนี้ ทำให้กระทรวงอุตสาหกรรมหารือกับผู้ประกอบการให้เพิ่มความต้องการใช้ยางในประเทศเป็นวัตถุดิบ ซึ่งหากใช้ผลิตเต็มศักยภาพจะมีความต้องการ 7.1 แสนตัน ถ้ารวมกับโรงงานใหม่ที่จะเปิดดำเนินการ ความต้องการจะเพิ่มเป็น 7.5 แสนตันในปี 2557 และ 1 ล้านตันในปี 2558

ด้านผู้ประกอบการนั้น ไม่คัดค้านแนวทางดังกล่าวของภาครัฐ เพียงแต่ขอความจริงจังและความต่อเนื่องของนโยบายเท่านั้น

“ชโย ตรังอดิศัยกุล” รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง ส.อ.ท. กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมต้องการขยายการลงทุน แต่ภาครัฐก็ต้องมีนโยบายที่ชัดเจน โดยการให้เงินกู้เพื่อขยายกำลังการผลิต 1.5 หมื่นล้านบาทตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมทั้งดึงนักลงทุนใหม่ๆ เข้ามาใช้ไทยเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออก ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญ และเป็นบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ต้องไปดึงนักลงทุนที่มีศักยภาพเข้ามา เพราะยังมีผู้ผลิตยางล้อระดับโลกหลายรายไม่ได้เข้ามาลงทุนในไทย

“ต้องเร่งผลักดันการเพิ่มความต้องการใช้ยางพาราในภาคอุตสาหกรรม เพราะระยะต่อไป การเน้นการแปรรูปขั้นต้นเพื่อส่งออกคงลำบาก เนื่องจากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า มีความเสี่ยงสำคัญคือปริมาณน้ำยางธรรมชาติจะออกสู่ตลาดโลกจำนวนมากจากผู้ผลิตรายใหม่ เช่น ประเทศในกลุ่ม CLMV รวมทั้งจีนและอินเดีย ทำให้มีพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น 18 ล้านไร่เท่าๆ กับของไทย ขณะที่ประเทศผู้ผลิตเดิม เช่น อินโดนีเซีย ขยายพื้นที่เพาะปลูกเป็น 2-3 ล้านไร่ และตั้งเป้าผลผลิตสูงถึง 4 ล้านตันในปี 2563” สมชาย กล่าวเสริม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท