
ส่องโอกาส-ข้อจำกัดลงทุน"พม่าแม่เหล็กแห่งอาเซียน"
เมื่อถนนทุกสายเวลานี้ต่างกำลังมุ่งหน้าสู่พม่า สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน)
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
เมื่อถนนทุกสายเวลานี้ต่างกำลังมุ่งหน้าสู่พม่า สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือไอทีดี จึงได้จัดสัมมนาเรื่อง “เมียนมาร์ : แม่เหล็กแห่งใหม่ในภูมิภาค”เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยเกี่ยวกับโอกาสและข้อจำกัดด้านการลงทุน ซึ่งจะช่วยนักลงทุนไทยกำหนดกลยุทธ์ได้ถูกต้อง
ผุสดี พลสารัมย์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หนึ่งในคณะนักวิจัย กล่าวว่า รัฐบาลพม่าให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการลงทุนมากขึ้น เห็นได้จากกฎหมายการลงทุนต่างชาติฉบับใหม่ ที่ต่างชาติสามารถลงทุนได้ 100% หรือร่วมลงทุนได้ตามสัดส่วนที่ตกลงกัน
นอกจากนี้ พม่ายังมีนโยบายพัฒนาภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง มีการผ่อนคลายและเริ่มปฏิรูปการผลิตและรัฐวิสาหกิจมากขึ้น รวมทั้งยังมีแผนพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ อีกทั้งยังมีบรรยากาศทางการเมืองที่มีเสถียรภาพ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน
ผุสดี แนะนำว่า นักลงทุนไทยควรมองการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมและเขตอุตสาหกรรมบริเวณชายแดนไทยพม่าให้มากขึ้น เพราะรัฐบาลพม่าให้ความสำคัญและมุ่งหวังให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นตัวกระจายความเจริญเติบโตไปยังพื้นที่รอบนอกกรุงย่างกุ้งด้วย โดยพื้นที่ติดชายแดนประเทศไทยมี 3 แห่ง คือ นิคมอุตสาหกรรมเมาะลำไย รัฐมอญ อยู่ใกล้ชายแดนไทยบริเวณแม่สอด จ.ตาก เขตอุตสาหกรรมเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง อยู่ตรงข้าม อ.แม่สอด และเขตอุตสาหกรรมเมืองผาอันที่เป็นเมืองหลวงของรัฐกะเหรี่ยง
นอกจากนั้นยังมีเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวาที่รัฐบาลพม่าให้สัมปทานกับนักลงทุนญี่ปุ่นไปแล้วเช่นเดียวกับเขตเศรษฐกิจพิเศษเกาะรัมรี หรือจ๊อกผิ่ว ในเขตยะไข่ ที่นักลงทุนจีนกำลังพัฒนา ขณะที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทวายที่อยู่ระหว่างการพัฒนา หากทำได้จะเป็นโอกาสของนักลงทุนไทยอย่างมาก เนื่องจากมีพื้นที่เชื่อมโยงกับบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี
สำหรับอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเข้าไปลงทุนในพม่า ได้แก่ อุตสาหกรรมการเกษตรและเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมประมง เพราะมีพื้นที่เพาะปลูกกว้างและยังมีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ อุตสาหกรรมสิ่งทอที่มีค่าจ้างแรงงานราคาต่ำ และมีแรงงานที่มีทักษะจำนวนมาก อุตสาหกรรมด้านบริการ เช่น เสริมสวย ภัตตาคาร ดูแลสุขภาพการวางระบบการเงิน การธนาคาร ซอฟต์แวร์ระบบความปลอดภัย การประกันภัยและโรงแรม ซึ่งยังมีความต้องการอีกมาก
อย่างไรก็ตาม ก็ต้องมองถึงข้อจำกัดด้านการลงทุนด้วย โดยเฉพาะความไม่ชัดเจนของกฎหมายการลงทุนและกฎระเบียบต่างๆ ระบบภาษีที่ยังขาดมาตรฐาน และมีภาษีนอกระบบ ระบบธนาคารที่กำลังปรับปรุง ที่ดินมีราคาแพงและมีจำกัด และการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะและขาดผู้บริหารระดับต้นกลางซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน โดยเฉพาะต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี)
ผุสดี ทิ้งท้ายข้อคิดไว้ว่า อยากให้นักลงทุนไทยค่อยๆ ศึกษาให้ดี และค่อยๆ ไปแบบรอบคอบ อย่าใจร้อน ข้อจำกัดต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนล้วนเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเผชิญเหมือนกัน เพียงแต่ว่าใครจะหาช่องและเห็นโอกาสเข้าไปเป็นคนต้นๆ ได้เท่านั้นเอง







