
ชีวิตคือการเรียนรู้
การเปลี่ยนแปลงอาจเป็นเรื่องน่ากลัวของหลายๆ คน แต่สำหรับสาวเก่งอย่าง แซนดี้ วอลช์ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมทางสังคมและกิจกรรมพิเศษ ซิสโก้ เอเชียแปซิฟิก กลับมองเป็นเรื่องท้าทาย (ความสามารถ) ที่ต้องเรียนรู้และผ่านไปให้ได้
การเปลี่ยนแปลงอาจเป็นเรื่องน่ากลัวของหลายๆ คน แต่สำหรับสาวเก่งอย่าง แซนดี้ วอลช์ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมทางสังคมและกิจกรรมพิเศษ ซิสโก้ เอเชียแปซิฟิก กลับมองเป็นเรื่องท้าทาย (ความสามารถ) ที่ต้องเรียนรู้และผ่านไปให้ได้
แซนดี้ เล่าว่า เธอเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งและทำงานในประเทศไทยได้เพียง 4 เดือนเท่านั้น หลังจากก่อนหน้านี้ประจำการที่ประเทศสิงคโปร์ แม้ว่าวิถีการดำเนินชีวิตจะต่างกันอยู่บ้าง แต่ทั้งคู่ก็มีข้อดีในแบบฉบับของตัวเอง
แซนดี้ มองว่า ประเทศไทยมีความเคลื่อนไหวมากกว่าสิงคโปร์ เนื่องจากประเทศไทยมีคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นพลังของชาติเยอะกว่า ทำให้ไทยมีไดนามิกอยู่ตลอดเวลา และสิ่งนี้กลายเป็นสีสันและความท้าทายของการทำงานในเมืองไทย
“ดิฉันเป็นชาวออสเตรเลีย การทำงานในสิงคโปร์จึงไม่รู้สึกแตกต่างหรือต้องปรับตัวมากนัก เพราะเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษทั่วไปอยู่แล้ว แต่เมื่อมาทำงานเมืองไทย สิ่งแรกที่ต้องปรับตัว คือ ภาษาที่ต้องพยายามเรียนรู้ เพราะเชื่อว่าหากเราพูดภาษาท้องถิ่นของประเทศที่เราเข้าไปทำงานได้ จะทำให้เข้าถึงวัฒนธรรมของประเทศนั้นได้ดีขึ้น”
ตอนนี้ แซนดี้ คิดว่า ตัวเองปรับตัวและใช้ชีวิตในประเทศไทยได้สบายแล้ว เพราะฟังและพูดภาษาไทยได้บ้าง แม้จะไม่เข้าใจความหมายทั้งหมดก็ตาม สาเหตุที่แซนดี้ปรับตัวเข้ากับสังคมประเทศไทยได้ภายในระยะเวลารวดเร็วนั้น เธอบอกว่า อาจเป็นเพราะคนไทยเป็นคนง่ายๆ สบายๆ
สำหรับเรื่องอาหารการกินก็ไม่มีปัญหา เพราะคุ้นเคยกับอาหารไทยดีตั้งแต่สมัยที่อยู่บ้านเกิด ซึ่งมีร้านอาหารไทยอยู่จำนวนไม่น้อย อาหารไทยเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก เธอจึงมีโอกาสได้ชิมบ่อยๆ แต่หากถามว่าชอบเมนูไหนมากที่สุด คงตอบยาก เพราะเธอชอบทุกเมนู
ด้านมุมมองของการย้ายไปทำงานในประเทศต่างๆ แซนดี้ คิดว่า เป็นความท้าทายที่จะต้องเรียนรู้ให้ได้ โดยเฉพาะประเทศไทยเมื่อเทียบกับสิงคโปร์แล้ว ไทยมีความท้าทายกว่า เนื่องจากด้วยภูมิศาสตร์ที่มีพื้นที่กว้างกว่าสิงคโปร์ ทำให้เธอมีโอกาสได้คิดและเสนอโครงการต่างๆ ที่จะนำเข้ามาใช้ในการพัฒนาและยกระดับด้านไอทีได้เรื่อยๆ
ตัวอย่างเช่น โครงการส่งเสริมการเป็นเจ้าของกิจการ (โครงการสร้างเถ้าแก่น้อย) เป็นหลักสูตรพิเศษที่ออกแบบเพื่อพัฒนาทักษะทางด้านการทำธุรกิจให้กับผู้เรียนทางไอทีของโครงการอะคาเดมีของบริษัท ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเตรียมความพร้อมสำหรับการประกอบอาชีพ ปัจจุบันมีนักศึกษาไทยร่วมโครงการกว่า 2,700 คน ขณะที่คนสิงคโปร์ให้ความสนใจด้านนี้น้อยกว่า
นอกจากนี้ เธอยังมีโครงการติดตั้งระบบเครือข่ายให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบทของไทย เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน โดยทำงานร่วมกับคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในการช่วยติดตั้งคอมพิวเตอร์ ปรับปรุงระบบเครือข่ายและบริจาคอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้แก่โรงเรียนในชนบท
เมื่อให้เปรียบเทียบความตื่นตัวเรื่องการเรียนรู้ด้านไอทีของเด็กแต่ละประเทศ แซนดี้ บอกว่า คงตอบหรือวัดเทียบกันไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจและความพร้อมของแต่ละประเทศ แต่หากดูภาพรวมแล้วจะเห็นว่า ปัจจุบันทุกประเทศในอาเซียนล้วนตื่นตัวเรื่องไอทีมากขึ้น
ยิ่งเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเต็มรูปแบบ ก็จะทำให้ความสนใจด้านไอทีเพิ่มขึ้น เนื่องจากจะมีธุรกิจต่างชาติขยายการลงทุนเข้ามามากขึ้น ซึ่งบุคลากรด้านไอทียังเป็นที่ต้องการของตลาดอีกมาก ดังนั้น การมีความรู้ด้านไอทีก็อาจจะเป็นแต้มต่อและโอกาสในการหางานทำ รวมทั้งยังช่วยต่อยอดอาชีพและเพิ่มอัตราค่าจ้างได้ในอนาคต







