
Healthy Homeบ้านเพื่อสุขภาพดี
ทุกวันนี้ “บ้านสุขภาพ” เป็นแนวคิดที่นักออกแบบและคนรักบ้านต่างให้ความสำคัญกันมากขึ้น เราจึงนำเคล็ดลับการออกแบบตกแต่งบ้านที่จะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพดีมาบอกกัน โดยมีหลักการง่ายๆ คือ การคำนึงถึง “5 สัมผัส” ได้แก่ การมองเห็น การหายใจ การได้ยิน การสัมผัส และความรู้สึกภายใน ดังต่อไปนี้
ทุกวันนี้ “บ้านสุขภาพ” เป็นแนวคิดที่นักออกแบบและคนรักบ้านต่างให้ความสำคัญกันมากขึ้น เราจึงนำเคล็ดลับการออกแบบตกแต่งบ้านที่จะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพดีมาบอกกัน โดยมีหลักการง่ายๆ คือ การคำนึงถึง “5 สัมผัส” ได้แก่ การมองเห็น การหายใจ การได้ยิน การสัมผัส และความรู้สึกภายใน ดังต่อไปนี้
สัมผัสที่ 1 : การมองเห็น ในที่นี้หมายถึง “แสงสว่างภายในบ้าน” ซึ่งควรให้สว่างเพียงพอและสม่ำเสมอทั่วถึงกัน โดยเพิ่มช่องแสงหรือติดตั้งโคมไฟตามความเหมาะสม ทั้งนี้ควรใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติให้มากที่สุด โดยเฉพาะทิศเหนือซึ่งเป็นทิศที่แดดไม่ร้อนตลอดวัน อาจติดตั้งหน้าต่างบานใหญ่และจัดเป็นห้องที่มักใช้งานเป็นเวลานาน สำหรับทิศที่ถูกแสงแดดรบกวนอย่างทิศตะวันตกและทิศใต้ ควรติดตั้งวัสดุกำบังแสง เช่น มู่ลี่ไม้ ผ้าม่านโปร่ง แผงระแนงกันแดด เป็นต้น
สัมผัสที่ 2 : การหายใจ ในที่นี้หมายถึง “การระบายอากาศ” หลักการโดยทั่วไป คือ ควรทำช่องหน้าต่างในทิศที่รับลมได้มากและมีมลพิษน้อย อาจปลูกต้นไม้ห่างจากตัวบ้าน 3-5 เมตร เพื่อช่วยกรองมลพิษและความร้อน ไม่ควรจัดวางเครื่องเรือนขวางทางลมบริเวณประตูหน้าต่าง
สำหรับห้องน้ำและห้องครัว ควรอยู่ตำแหน่งที่ไม่ขวางกั้นทางลม และใช้พัดลมดูดอากาศช่วยระบายความอับชื้น ส่วนบ้านที่ปิดมิดชิดโดยใช้แต่เครื่องปรับอากาศ การใช้พัดลมดูดอากาศจะทำให้อากาศเสียนอกบ้านรั่วซึมตามวงกบประตูหน้าต่างได้ วิธีแก้ไข คือ ให้ดูดอากาศจากนอกบ้านมาผ่านเครื่องฟอกให้กลายเป็นอากาศดี ซึ่งจะคอยช่วยดันมิให้อากาศเสียรั่วซึมเข้ามา
สัมผัสที่ 3 : การได้ยิน ในที่นี้หมายถึง “เสียง” ซึ่งควรมีระดับที่ไม่ดังจนเกินไป เครื่องเรือนและของตกแต่งที่เป็นเส้นใยอ่อนนุ่ม เช่น ม้านั่งฟองน้ำบุผ้า หมอนอิง ผ้าม่าน พรมพื้น ช่วยลดเสียงก้องภายในห้องได้ อย่างไรก็ตาม ผนังทุกชนิดแทบจะไม่สามารถกั้นเสียงได้เลยหากเปิดหน้าต่าง วิธีป้องกันและแก้ไข คือ การเพิ่มชั้นของฉนวนป้องกันเสียง ส่วนผนังที่ติดกับแหล่งกำเนิดเสียง เช่น ถนนที่มีการจราจรคับคั่ง ควรทำเป็นผนังหนาที่มีประตูหน้าต่างขนาดเล็กและจำนวนน้อย
สัมผัสที่ 4 : การสัมผัส ในที่นี้หมายถึง “ความชื้นและความร้อน” จากการทำกิจกรรมต่างๆ ภายในบ้าน รวมถึงความร้อนจากอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งอาจเปิดพัดลมช่วยไล่ความร้อนได้ สำหรับทิศที่ถูกแสงแดดรบกวน สามารถอาศัยร่มเงาจากชายคาและต้นไม้ หรือการก่อผนังอิฐหนาทึบ รวมถึงการติดตั้งฉนวนกันความร้อนในผนัง
ทั้งนี้ ความร้อนส่วนใหญ่ที่เข้ามาในบ้านมักมาจากทางหลังคาการติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนที่หลังคาพร้อมฉนวนกันความร้อนเหนือฝ้าเพดานควบคู่กันจึงช่วยลดความร้อนได้มาก สำหรับบ้านที่มีสระน้ำควรให้อยู่ในตำแหน่งที่ห่างจากตัวบ้าน โดยถัดจากแนวต้นไม้ออกไป ไม่ควรให้สระน้ำอยู่ในบ้านหรืออยู่ติดบ้านเพราะจะทำให้อากาศภายในบ้านอบอ้าว อับชื้น และเกิดแสงสะท้อนรบกวนสายตา
สัมผัสที่ 5 : ความรู้สึกภายใน ในที่นี้หมายถึง “การเลือกใช้วัสดุ” ที่สวยงามและมีพื้นผิวเหมาะกับการใช้งาน เช่น ใช้สีโทนอ่อนเพื่อให้ภายในบ้านดูสว่าง สบายตา เป็นสีประเภทกึ่งเงาหรือสีเงา ซึ่งเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย เลือกใช้กระเบื้องเซรามิกที่มีคุณสมบัติดูดซึมน้ำต่ำและไม่ลื่นสำหรับพื้นที่เปียก ใช้วัสดุผิวเรียบรอยต่อน้อย และทำความสะอาดง่ายสำหรับพื้นห้องนั่งเล่น เป็นต้น
ควรเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เช่น สีทาบ้านที่มีฉลากเขียวรับรอง หลีกเลี่ยงน้ำยาเคลือบผิวไม้ที่มาจากการกลั่นปิโตรเลียมหรือสารตัวทำละลายพวกทินเนอร์ ทั้งนี้บ้านที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จใหม่ๆ ควรเปิดหน้าต่างระบายอากาศทิ้งไว้อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์เพื่อให้สารและไอระเหยต่างๆ ถูกระบายออกไปก่อนจะเริ่มเข้าอยู่อาศัย
อย่างไรก็ตาม นอกจากการให้ความสำคัญในเรื่อง “5 สัมผัส” แล้ว ยังควรคำนึงเรื่องความสะอาดและสาธารณูปโภคที่เหมาะสมด้วย อย่างเช่น การจัดเก็บขยะให้เป็นระเบียบ การจัดวางเครื่องเรือนอย่างเป็นสัดส่วนเพื่อไม่ให้มีซอกมุมเก็บฝุ่น การจัดการระบบท่อน้ำทิ้งที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดวางห้องน้ำกับห้องอาหารให้แยกห่างจากกัน เพื่อสุขอนามัยที่ดีของผู้อยู่อาศัยให้สมกับเป็น “บ้านเพื่อสุขภาพ” อย่างแท้จริง







