
LCGC vs อีโคคาร์LCGC vs Eco Car
อินโดนีเซียตั้งเป้าหมายจะเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมรถยนต์ของอาเซียน ปัญหาสำคัญ คือ ปัจจุบันนำเข้ารถยนต์จากไทยจำนวนมาก ทั้งที่ตลาดรถยนต์ของอินโดนีเซียจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคตและมีขนาดใหญ่กว่าไทยมาก เนื่องจากมีประชากรถึง 240 ล้านคน โครงการสำคัญเพื่อก้าวสู่เป้าหมายนี้ คือ รถยนต์ราคาถูกและรักษาสิ่งแวดล้อม (LowCost Green Cars LCGC) ซึ่งได้รับความสนใจลงทุนคับคั่ง
อินโดนีเซียตั้งเป้าหมายจะเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมรถยนต์ของอาเซียน ปัญหาสำคัญ คือ ปัจจุบันนำเข้ารถยนต์จากไทยจำนวนมาก ทั้งที่ตลาดรถยนต์ของอินโดนีเซียจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคตและมีขนาดใหญ่กว่าไทยมาก เนื่องจากมีประชากรถึง 240 ล้านคน โครงการสำคัญเพื่อก้าวสู่เป้าหมายนี้ คือ รถยนต์ราคาถูกและรักษาสิ่งแวดล้อม (LowCost Green Cars LCGC) ซึ่งได้รับความสนใจลงทุนคับคั่ง
ที่ผ่านมาตลาดรถยนต์ของอินโดนีเซียต่างจากไทยมาก ขณะที่ไทยนิยมรถยนต์ปิกอัพเพื่อใช้ขนส่ง แต่อินโดนีเซียนิยมรถยนต์นั่งแบบอเนกประสงค์ เนื่องจากสังคมเป็นครอบครัวใหญ่ ถนนเป็นหลุมบ่อและน้ำท่วมขังบ่อยครั้ง จึงต้องการรถยนต์ที่ยกสูงขึ้นกว่าปกติแต่ปัจจุบันตลาดรถยนต์ของ 2 ประเทศมีแนวโน้มใกล้เคียงกันมากขึ้น เนื่องจากก้าวสู่สังคมเมือง ต้องการรถยนต์ขนาดเล็กราคาถูก กรณีของไทย คือ รถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล หรืออีโคคาร์ ซึ่งเริ่มผลิตตั้งแต่ต้นปี 2553 เริ่มจากนิสสันมาร์ช จากนั้นมีมากมายอีกหลายแบบ คือ นิสสันอัลเมร่า ซูซูกิสวิฟท์ มิตซูบิชิมิราจ มิตชูบิชิแอททราจ ฮอนด้าบริโอ้ ฮอนด้าอเมซ ล่าสุดเมื่อปลายเดือน ส.ค. 2556 บีโอไอประกาศโครงการอีโคคาร์รุ่น 2 โดยปรับปรุงมาตรฐานให้เข้มข้นยิ่งขึ้น
ขณะที่รัฐบาลอินโดนีเซียได้คลอดนโยบาย LCGC โดยกระทรวงอุตสาหกรรมอินโดนีเซียได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2556 กำหนดสเปกและจะพิจารณาอนุมัติภายใน 12 วันทำการหลังยื่นคำขอที่ครบถ้วน โดยต้องยื่นแผนธุรกิจมาด้วย
สำหรับรถยนต์ LCGC เครื่องยนต์เบนซิน กำหนดสเปกขนาดไม่เกิน 1,200 ซีซี เล็กกว่าอีโคคาร์ 1 และอีโคคาร์ 2 ซึ่งกำหนดไม่เกิน 1,300 ซีซี กรณีเครื่องยนต์ดีเซล รถยนต์ LCGC กำหนดไม่เกิน 1,500 ซีซี ใหญ่กว่าอีโคคาร์ 1 ที่กำหนดไม่เกิน 1,400 ซีซี แต่เท่ากับอีโคคาร์ 2 ที่กำหนด 1,500 ซีซี รวมทั้งกำหนดให้เครื่องยนต์ทั้งสองแบบต้องกินน้ำมันไม่เกิน 5 ลิตรต่อการเดินทาง 100 กม. เท่ากับสเปกอีโคคาร์ 1 แต่ยังกินน้ำมันมากกว่าสเปกอีโคคาร์ 2 ที่กำหนดไม่เกิน 4.3 ลิตรต่อ 100 กม.
กรณี LCGC กำหนดให้ติดแบรนด์และเครื่องหมายการค้าของอินโดนีเซีย ต้องใช้น้ำมันเบนซิน RON92 หรือดีเซล CN51 กำหนดราคาจำหน่ายไม่เกิน 95 ล้านรูเปียห์ หรือ 2.85 แสนบาท แต่ปรับเพิ่มได้ตามปัจจัยต่างๆ ส่วนอีโคคาร์ 1 และอีโคคาร์ 2 ของไทย ไม่กำหนดเงื่อนไขนี้ส่วนเงื่อนไขใช้ชิ้นส่วนในประเทศ LCGC กำหนดขั้นต่ำ 40% และเพิ่มเป็น 80% ภายใน 4 ปี หลังเริ่มผลิต ซึ่งอีโคคาร์ 1 และอีโคคาร์ 2 ไม่ได้บังคับ แต่กำหนดการผลิตชิ้นส่วนบังคับสำหรับนำมาประกอบเป็นเครื่องยนต์
โครงการ LCGC ของอินโดนีเซีย ได้รับความสนใจอย่างท่วมท้น โดยไดฮัทสุและโตโยต้าได้เปรียบ เนื่องจากมีรถยนต์ตามสเปกพร้อมอยู่แล้ว คือ Daihatsu Ayla และ Toyota Agya วางจำหน่ายเมื่อต้นเดือนก.ย. 2556 เครื่องยนต์ขนาด 1,000 ซีซี เท่ากัน ผลิตโดยโรงงานไดฮัทสุในอินโดนีเซีย Daihatsu Ayla ราคา 2.13 แสนบาท Toyota Agya 2.7-3.6 แสนบาท
ส่วนฮอนด้าคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายรถยนต์บริโอ้สัตยา ขนาด 1,200 ซีซี ในเดือน พ.ย. 2556 วางราคา 2.85-3.15 แสนบาท โดยคำว่า "สัตยา" มาจากภาษาสันสกฤต มีความหมายว่าศรัทธา น่าเชื่อถือ พร้อมกับมีโลโก้ดอกมะลิ ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติของอินโดนีเซียด้วย รถยนต์ออกแบบมาโดยใช้พื้นฐานเดียวกันบริโอ้แบบปกติ กำหนดใช้ชิ้นส่วนในประเทศอินโดนีเซียมากถึง 85% ขณะที่ซูซูกิได้ประกาศร่วมวง จะใช้รถยนต์ Wagon R ที่ดัดแปลงโดยเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ 660 ซีซี มาเป็น 1,000 ซีซี เพื่อให้มีพลังมากขึ้น
น่าสังเกตว่ารถยนต์ LCGC จะต่างจากรถยนต์อีโคคาร์ของไทยอยู่บ้าง แม้จะเป็นรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดน้ำมันเหมือนกัน โดยอินโดนีเซียจะเน้นพัฒนารถยนต์ขนาดเล็กกว่าและออกแบบให้มีต้นทุนต่ำกว่า น่าจะสามารถเจาะตลาดล่าง โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาได้ดีกว่า ซึ่งนอกจากจะผลิตป้อนตลาดอินโดนีเซียแล้ว หลายบริษัทมีแผนจะส่งออกไปยังประเทศต่างๆ เช่น ฟิลิปปินส์







