posttoday
'ภาษีทรัพย์สิน' ใครได้...ใครเสีย

'ภาษีทรัพย์สิน' ใครได้...ใครเสีย

27 เมษายน 2553

...นคร มุธศรี

บ่ายวันอังคารที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หลังจากนี้ก็ส่งให้สำนักงานกฤษฎีกาตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำเสนอสภาลงมติประกาศบังคับใช้ในขั้นตอนต่อไป

ถ้าบรรดา สส.และ สว.ในฐานะหมอตำแยทำคลอดจนกฎหมายภาษีทรัพย์สินผ่านสภา จะส่งผลกระทบทั้งดีและร้ายให้กับกลุ่มฝ่ายไหนบ้าง นคร มุธุศรี จะแจกแจงให้ฟัง

กลุ่มแรก “เกษตรกร” ที่มีผืนนาผืนไร่และกระต๊อบกินอยู่หลับนอนมีมูลค่ารวมแค่ไม่กี่สตางค์จะได้รับการยกเว้นภาษีทรัพย์สิน

อดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน กระดูกสันหลังของชาติกลุ่มนี้ต้องควักกระเป๋าชำระภาษีที่เขตและอำเภอเรียกเก็บไร่ละ 5 บาทต่อปี ส่วนเจ้าของผืนนาเจ้าของสวนยางพาราและไร่ผลไม้ที่ส่งผลผลิตขายทั้งในและต่างประเทศทำเงินให้กับครอบครัวเดือนปีละเป็นล้าน จะไม่ได้รับอานิสงส์จากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแต่อย่างใด

กลุ่มที่สอง “ผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง” ที่มีบ้านและที่ดินแปลงแค่สี่ซ้า 50 ตารางวา และหรือราคาประเมินไม่เกิน 1 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้นเหมือนกับกลุ่มเกษตรกรเช่นกัน

แต่ก่อนแต่ไรเจ้าของเคหสถานหลังเล็กกลุ่มนี้ก็ไม่ต้องควักจ่ายภาษีที่ดินและบำรุงท้องที่อยู่แล้ว ในอนาคตอันใกล้หลังภาษีทรัพย์สินประกาศบังคับใช้คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบใดๆ

กลุ่มที่สาม “เจ้าของธุรกิจรายเล็ก” ที่ต้องเช่าอาคารสถานที่ของคนอื่นเขาใช้เป็นสำนักงานจะลดภาระลงจากเดิมปีละหลายสตางค์ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะพร้อมๆ กับที่ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีผลบังคับใช้ รัฐบาลจะยกเลิกภาษีโรงเรือนและที่ดินในวันเวลาเดียวกัน

พูดถึง “ภาษีโรงเรือนและที่ดิน” แล้วผมออกอาการหงุดหงิดเหลือประมาณ เพราะอีเรียกเก็บภาษีส่วนนี้กับเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีตั้งแต่วินาทีแรก โดยตัวเจ้าของกิจการก็ยังไม่รู้ว่าจะมีเงินจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟและเงินเดือนพนักงานได้สักกี่มากน้อย อีกทั้งต้องกัดฟันควักกระเป๋าจ่ายอีกจิปาถะ อาทิ ค่าจัดเก็บขยะ เงินกองทุนทดแทน เงินประกันสังคม ภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งภาษีป้ายและภาษีเงินได้นิติบุคคล

ทันทีที่ประกาศยกเลิกภาษีโรงเรือนเชื่อว่าเจ้าของธุรกิจรายเล็กๆ จะจุดธูปหนึ่งดอกพร้อมประนมมืออธิษฐาน “อย่าได้กลับมาจองเวรจองกรรมต่อกันอีกเลย” และทางที่ถูกที่ควรน่าจะประกาศยกเลิกตัวอื่นๆ ที่ซ้ำซ้อนออกไปเสียด้วย อย่างเช่น ภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่าธรรมเนียมโอนและค่าจดจำนอง

แต่ฝ่ายที่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่าใครแน่ๆ คือ กระทรวงการคลังที่สามารถจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพิ่มขึ้นปีละหลายๆ หมื่นล้าน

ที่ว่าๆ มาคือ “ผู้ได้” ส่วนผู้ที่ถูกกระทบใน “ทางเสีย” อันเนื่องมาจากการบังคับใช้ภาษีฉบับนี้ก็มีอยู่ 23 กลุ่ม อาทิ นักการเมือง เศรษฐีมหาเศรษฐี และนักเก็งกำไรและนอมินีถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว

แน่นอนพวกเขาจะต้องควักจ่ายภาษีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจากเดิมปีละหลายเท่า โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า และปล่อยให้วัชพืชขึ้นปกคลุมจนรกครึ้ม

แต่จะว่าไปคงไม่ต้องเป็นห่วงเป็นใยกลุ่มเหล่านี้หรอกนะ ก็แค่ถอนขนหน้าแข้งเพียงเส้นสองเส้น ยังส่วนที่เหลือกินเหลือใช้อีกบานตะไท..!!

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ