
ไฟแนนเชียลไดเจสต์
GJS คลอดวอร์แรนต์ใน 6 เดือน
นายนิพัทธ พุกกะณะสุต ประธานกรรมการ บริษัท จี เจ สตีล (GJS) เปิดเผยถึงกรณีที่บริษัทได้เลื่อนการเปิดจองซื้อใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นของบริษัทชุดที่ 2 (GJSW2) หรือวอร์แรนต์ ว่า ภายในระยะเวลา 6 เดือน บริษัทจะสามารถระดมทุนจากการออกวอร์แรนต์ได้ เนื่องจากบริษัทจะพยายามเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดภายในระยะเวลา 1 ปี เพื่อไม่ต้องให้มีการขอมติจากผู้ถือหุ้นอีกครั้ง และการหาผู้ร่วมทุนก็จะมีความชัดเจนขึ้น
ก่อนหน้านี้บริษัทชะลอการออก GJSW2 เพราะสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้มีคำสั่งให้บริษัทมีการรายงานตรวจสอบบัญชีเป็นกรณีพิเศษ (Special Audit) ในรายการที่มีความคลุมเครือไม่ชัดเจน
บริษัทคาดว่าบริษัทผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชีที่บริษัทแต่งตั้ง คือ บริษัท เคพีเอ็ม ภูมิไชย ตรวจสอบบัญชีและน่าจะส่งร่างรายงานฉบับแรกได้ประมาณวันที่ 30 เม.ย. 2553
ด้าน ก.ล.ต.ได้ขยายระยะเวลาให้บริษัท จีสตีล (GSTEEL) และ GJS ในการนำส่งรายงานการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ เป็นภายในวันที่ 7 พ.ค. 2553 ตามคำขอของทั้งสองบริษัท
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 และ 9 เม.ย. 2553 GSTEEL และ GJS ได้มีหนังสือแจ้ง ก.ล.ต. ขอขยายระยะเวลาการนำส่งรายงานเป็นวันที่ 7 พ.ค. เนื่องจากเกิดความล่าช้าในการได้รับหนังสือยืนยันข้อมูลสำคัญจากคู่ค้าของบริษัททั้งสองในต่างประเทศ โดยผู้สอบบัญชีเพิ่งได้รับข้อมูลดังกล่าวเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2553 และปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำรายงาน โดยจะนำส่งให้บริษัททั้งสองได้ภายในวันที่ 30 เม.ย. 2553
‘
สดาวุธ’ ซื้อ CGS 3 ล้านหุ้นนายสดาวุธ เตชะอุบล รายงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่า วันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้ซื้อหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป (CGS) จำนวน 3 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.91 บาท รวมเป็นเงิน 2.73 ล้านบาท และล่าสุดราคาหุ้น CGS ปิดที่ 0.92 บาท
ปัจจุบันนายสดาวุธดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร CGS และตามโครงสร้างผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 30 มี.ค. 2553 เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดจำนวน 176.82 ล้านหุ้น คิดเป็น 7.59%
AJ บิ๊กล็อตโผล่ 12 ล้านหุ้น
วันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา มีการซื้อขายหุ้นบริษัท เอ.เจ.พลาสท์ (AJ) รายการใหญ่ 1 รายการ จำนวน 12 ล้านหุ้น ในราคาเฉลี่ย 4 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 48 ล้านบาท ขณะที่ราคาหุ้นในกระดานหลักปิดที่ 4.02 บาท บวก 0.12 บาท หรือ 3.08%
คิดเป็นสัดส่วน 3.34% ของทุนชำระแล้ว คาดว่าจะเป็นการทำรายการของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ กลุ่มตระกูลสุทธิสัมพัทน์







