posttoday
ส่งไม้

ส่งไม้

16 กันยายน 2556

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสร่วมเดินทางกับธนาคารกรุงเทพ ไปร่วมงาน “Myanmar Global Investment Forum” ที่ประเทศพม่า นอกจากข้อมูลที่ได้จากเวทีสัมมนาแล้ว ก็มีโอกาสพูดคุยกับตัวแทนของภาครัฐของฝั่งไทยและพม่า ตลอดจนผู้ประกอบการชาวไทยที่ไปร่วมงานนี้

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสร่วมเดินทางกับธนาคารกรุงเทพ ไปร่วมงาน “Myanmar Global Investment Forum” ที่ประเทศพม่า นอกจากข้อมูลที่ได้จากเวทีสัมมนาแล้ว ก็มีโอกาสพูดคุยกับตัวแทนของภาครัฐของฝั่งไทยและพม่า ตลอดจนผู้ประกอบการชาวไทยที่ไปร่วมงานนี้

หนึ่งในประเด็นหนึ่งที่หลายคนหยิบยกมาพูดก็คือ การส่งต่อธุรกิจ (หรืออาจเป็นงานอื่น) จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งค่ะเพราะมองว่าเป็นเรื่องท้าทายพอสมควร สำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจครอบครัวเติบโตต่อไปหรือการพัฒนาประเทศ

สำหรับทริปนี้มีคุณพ่อควงคุณลูกมากันหลายคู่ บางคนก็ได้รับความไว้วางใจให้ฉายเดี่ยวกันเลยทีเดียว นักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งที่ทำธุรกิจทำของตกแต่งจากไม้ส่งออกยุโรปและสหรัฐอเมริกา 100% เล่าว่า เขาเป็นคนรุ่น 2 และมารับไม้ธุรกิจต่อด้วยความเต็มใจ โดยวางแผนมาตั้งแต่การเลือกวิชาเรียน เพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจรุ่นพ่อแม่ให้ได้ ซึ่งแน่นอนว่ารุ่นลูกก็มีการดัดแปลงอะไรหลายๆ อย่างให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน

แม้จะหาอะไรแปลกใหม่มาเพิ่ม แต่เขาก็ยอมรับว่าคนรุ่นเก่าคือครูผู้ถ่ายทอดความรู้ความเชี่ยวชาญให้คนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะงานของธุรกิจเขาที่เป็นงานฝีมือ ตอนนี้อายุเฉลี่ยของคนงานอยู่ที่ประมาณ 40 ปีค่ะ แล้วส่วนใหญ่ก็ทำงานกันมานานแล้ว

ส่วนคนที่เกษียณไปแล้ว เขาก็ยังจ้างให้มาเป็นครูสอนงานให้คนงานรุ่นใหม่ๆ ด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นการส่งไม้ต่อของคนระดับปฏิบัติการที่น่าสนใจค่ะ คงเหมือนๆ กับที่ภาคราชการไทยกำลังพิจารณาขยายกรอบอายุเกษียณไปเป็น 65 ปี เพราะตอนนี้บางสาขาก็ขาดผู้เชี่ยวชาญ มีแต่คนรอเกษียณกับเด็กรุ่นใหม่ แต่ขาดจุดต่อเชื่อมที่จะทำให้การส่งไม้เป็นไปอย่างราบรื่น

ขณะที่ฝั่งของพม่าที่หลายคนมองเห็นจุดเด่นข้อหนึ่งว่า มีแรงงานวัยหนุ่มสาวจำนวนมากให้เลือกจ้างกันตามใจชอบ แต่ก็อย่ามองข้ามจุดอ่อนกันนะคะ เพราะแรงงานส่วนใหญ่ยังไม่ใช่แรงงานฝีมือ ยังต้องผ่านการฝึกอบรมกันอีกมากพอสมควร ยังขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่ทำให้การปฏิรูปในบางภาคส่วนอาจทำได้ไม่รวดเร็วนัก เช่น ภาคการเงินการธนาคาร

ส่วนฝั่งราชการมีคนเล่าให้ฟังว่า ขนาดระดับผู้อำนวยการกองก็ยังไม่กล้าพูดกล้าตัดสินใจอะไร รอรับคำสั่งอย่างเดียว ต่างจากเมืองไทยที่คนระดับนี้ กล้าคิด กล้าทำอะไรกันแล้ว (ถ้าไม่หวั่นขาเก้าอี้หัก) ดังนั้น การส่งต่อไม้จากรุ่นสู่รุ่นของชาวพม่าก็ดูจะเป็นโจทย์ท้าทายพอตัว

แต่ตอนนี้ก็พอจะเห็นนะคะว่า มีหนุ่มสาวชาวพม่าจำนวนหนึ่ง การศึกษาดี ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากครอบครัวนักธุรกิจหรือคนระดับสูง ที่ตัดสินใจคืนถิ่นหลังจากไปใช้ชีวิตในต่างประเทศเป็นสิบปี

คนกลุ่มนี้มีความคิด กล้าพูด และกล้าทำ เห็นได้จากคนหนุ่มอายุ 20 หรือ 30 เศษๆ จากแวดวงอสังหาริมทรัพย์และไอที ที่ขึ้นไปพูดถึงธุรกิจของตัวเองบนเวทียูโรมันนี่อย่างมั่นอกมั่นใจ พร้อมตอบคำถามแบบคนเข้าใจธุรกิจของตัวเองดี

จะว่าไปแล้ว การส่งไม้ต่อ ไม่ว่าจะเป็นในภาคธุรกิจ หรือราชการ การถ่ายทอดความรู้ (ดีๆ) จากคนรุ่นเก่าให้คนรุ่นใหม่นำไปผสมผสานกับแนวคิดใหม่ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งอื่นต่อไป เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก

หากเอาแต่รู้อะไรเดิมๆ ไม่มีการต่อยอด หรือเติมอะไรใหม่ๆ ลงไปบ้าง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ หรือประเทศ ก็คงแค่ทรงๆ ตัว รอวันทรุดอย่างเดียว หากปัจจัยแวดล้อมเปลี่ยนไป

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล