posttoday
คิวอีสหรัฐกับศก.ไทย

คิวอีสหรัฐกับศก.ไทย

16 กันยายน 2556

ข่าวเศรษฐกิจที่ต้องจับตาตลอดสัปดาห์นี้ จะเกี่ยวกับการที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีการปรับลดขนาดคิวอี ในการประชุม FED หรือธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 1718 ก.ย. ทั้งนี้ คิวอี หรือ QE : Quantitative Easing3 เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ประเทศสหรัฐใช้ในการผ่อนคลายเชิงปริมาณ โดย FED เข้ารับซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เดือนละ 4.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเข้าซื้อหลักทรัพย์ที่ได้รับค้ำประกันจากสัญญาจำนองอสังหาริมทรัพย์ อีกเดือนละ 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ พูดง่ายๆ ก็คือธนาคารกลางสหรัฐ พิมพ์แบงก์ดอลลาร์แลกกับพันธบัตรรัฐบาล อัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจเดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยเริ่มดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 1 ปี นัยเพื่อให้รัฐบาลนำเงินไปปล่อยให้สถาบันการเงินในการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ทั้งภาคการผลิต บริการ และอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้เกิดการจ้างงานและการใช้จ่ายเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหรือจะเรียกว่าเป็น “ประชานิยมแบบสหรัฐ” ก็น่าจะได้

ข่าวเศรษฐกิจที่ต้องจับตาตลอดสัปดาห์นี้ จะเกี่ยวกับการที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีการปรับลดขนาดคิวอี ในการประชุม FED หรือธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 1718 ก.ย. ทั้งนี้ คิวอี หรือ QE : Quantitative Easing3 เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ประเทศสหรัฐใช้ในการผ่อนคลายเชิงปริมาณ โดย FED เข้ารับซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เดือนละ 4.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเข้าซื้อหลักทรัพย์ที่ได้รับค้ำประกันจากสัญญาจำนองอสังหาริมทรัพย์ อีกเดือนละ 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ พูดง่ายๆ ก็คือธนาคารกลางสหรัฐ พิมพ์แบงก์ดอลลาร์แลกกับพันธบัตรรัฐบาล อัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจเดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยเริ่มดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 1 ปี นัยเพื่อให้รัฐบาลนำเงินไปปล่อยให้สถาบันการเงินในการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ทั้งภาคการผลิต บริการ และอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้เกิดการจ้างงานและการใช้จ่ายเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหรือจะเรียกว่าเป็น “ประชานิยมแบบสหรัฐ” ก็น่าจะได้

คาดว่าการปรับลดขนาดคิวอี หรือ QE3 ในครั้งนี้ จะมีมูลค่าประมาณ 12 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งน้อยกว่าที่หลายฝ่ายได้ประเมินไว้ อย่างไรก็ตาม การที่ FED ปรับลดขนาดคิวอีเร็วกว่าที่กำหนดไว้เดิมที่คาดว่าจะดำเนินการในช่วงปลายเดือน ต.ค. โดยให้เหตุผลว่า “เศรษฐกิจภายในของสหรัฐมีการฟื้นตัว” สะท้อนจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 2.5 ในไตรมาส 2 อีกทั้งตัวเลขการว่างงาน เดือน ส.ค. ลดลงเหลือร้อยละ 7.3 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งการว่างงานสูงถึงร้อยละ 8.1 แต่ตัวเลขก็ยังห่างจากเป้าหมายร้อยละ 6.5 โดย FED ยืนยันนโยบายการใช้อัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำร้อยละ 0.025 ไปจนกว่าการว่างงานจะบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้

ทำไมจึงต้องให้ความสำคัญต่อการลดขนาดคิวอีของสหรัฐ เหตุผลสำคัญเพราะเศรษฐกิจสหรัฐมีขนาดใหญ่ การบริโภคภายในของสหรัฐมีสัดส่วนถึงร้อยละ 68.20 ของจีดีพี มีการพึ่งพาการนำเข้าสูง ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นตลาดส่งออกสำคัญของประเทศคู่ค้าของไทย โดยเฉพาะอาเซียนและจีน โดยสัดส่วนการส่งออกสินค้าไปสหรัฐ อยู่ที่ร้อยละ 10 โดย 7 เดือนแรกของปีนี้ถดถอยติดลบร้อยละ 0.55 เป็นการถดถอยในเดือน มิ.ย. ติดลบร้อยละ 9.7 แต่เดือน ก.ค. ติดลบน้อยลงเหลือร้อยละ 0.64 สินค้าไทยซึ่งมีศักยภาพ ซึ่งประเทศสหรัฐ เป็นคู่ค้าอันดับที่ 1 เช่น เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ สัดส่วนการส่งออกร้อยละ 17.14 สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม สัดส่วนร้อยละ 16.73 กุ้งแช่แข็งและแปรรูป สัดส่วนสูงถึงร้อยละ 33.21 ขณะที่สินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญ เช่น ข้าว สหรัฐเป็นคู่ค้าอันดับ 2 มีสัดส่วนส่งออกร้อยละ 8.76 แม้แต่ยางพาราซึ่งกำลังเป็นเรื่องฮอตอยู่ขณะนี้ ก็เป็นคู่ค้าอันดับที่ 5 มีสัดส่วนการส่งออกร้อยละ 6.96 ดังนั้น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐจึงมีนัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของประเทศคู่ค้า ของไทย รวมทั้งประเทศไทย

อย่างไรก็ดี ในช่วงระยะสั้น การลดขนาดคิวอีจะส่งผลกระทบต่อตลาดทุนและตราสารหนี้ของไทยอยู่บ้าง เริ่มมีสัญญาณเงินนอกไหลเข้ามาในตลาดทุนในช่วงสัปดาห์ที่แล้วค่อนข้างมาก โดยมีตัวเลขซื้อขายหุ้นสุทธิมากกว่าหมื่นล้านบาท กอปรทั้งการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการขายเงินสกุลดอลลาร์ค่อนข้างมากเป็นหลักหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลต่อการแข็งค่าของเงินบาท โดยตลาดค้าเงินเอเชียแปซิฟิกในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว เงินบาทไทยแข็งค่าหลุด 32 บาท มาอยู่ที่ 31.73 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งค่อนข้างแข็งค่ากว่าหลายประเทศในภูมิภาค โอกาสที่เงินบาทจะผันผวนในช่วงนี้ค่อนข้างสูง แต่โดยภาพรวมแล้ว เศรษฐกิจของสหรัฐมีสัญญาณการฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อคู่ค้าส่งออกของไทย และเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจโลกน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ซึ่งจะเป็นผลดีต่อภาคการส่งออกและเศรษฐกิจของไทย แต่หากจะเห็นผลชัดเจนต้องใจเย็น รอไปจนถึงกลางไตรมาสแรกของปีหน้า...เรื่องอย่างนี้ก็ต้องใจเย็นกันหน่อยนะครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน