
เล็งจัดหุ้นเอ็มเอไอ8หมวด
เริ่มทดลองใช้ปีหน้าก่อนเริ่มจริงปี’58บจ.เสียงแตกยกข้อดีให้นักลงทุนเทียบได้
เริ่มทดลองใช้ปีหน้าก่อนเริ่มจริงปี’58บจ.เสียงแตกยกข้อดีให้นักลงทุนเทียบได้
ปีหน้าตลท.ทดสอบแยกหมวดหุ้นเอ็ม เอ ไอ ก่อนเริ่มใช้จริงต้นปี 2558 ด้านผู้บริหาร บจ.เห็นแตกต่างกัน
น.ส.ปวีณา ศรีโพธิ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ปี 2557 ตลาดหลักทรัพย์จะเริ่มจัดหมวดอุตสาหกรรมหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เหมือนบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งจะแบ่งหุ้นในเอ็ม เอ ไอ ทั้งหมด 8 หมวดอุตสาหกรรม เพราะปัจจุบันมีจำนวนหุ้นที่มากพอต่อการจัดกลุ่มและเพื่อให้นักลงทุนมีความเข้าใจ สามารถเปรียบเทียบข้อมูลหรือหุ้นรายตัวได้มากขึ้น
ทั้งนี้ ปีหน้าจะเป็นการทดลองจัดกลุ่มเป็นการภายในตลาดหลักทรัพย์ก่อน แต่ตั้งเป้าว่าจะเริ่มใช้จริงในต้นปี 2558 เนื่องจากยังมีรายละเอียดที่ต้องจัดการอีกมาก เช่น ระบบไอทีที่ต้องเข้ามารองรับ
“ตอนนี้มีหุ้นที่เข้าตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ถึง 90 บริษัท ซึ่งถือว่ามากเพียงพอต่อการจัดกลุ่มหมวด ซึ่งที่ผ่านมามีการสอบถามและหารือ (เฮียริง) กับ บจ.ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ให้มุมมองที่เห็นด้วย” น.ส.ปวีณา กล่าว
ด้านนายสุรเชษฐ์ กมลมงคลสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม (TMC) กล่าวว่า บริษัทเห็นด้วยที่จะมีการจัดกลุ่มเป็นหมวดอุตสาหกรรมใหญ่ เพื่อทำให้กลุ่มธุรกิจมีความน่าสนใจและนักลงทุนมีข้อมูลเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนมากขึ้น ซึ่งปกติหุ้นในเอ็ม เอ ไอส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่มีการเติบโตสูง (Growth Stock)
อย่างไรก็ดี TMC คงอยู่ในหมวดสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งมีหุ้นหลายตัวที่อยู่ในหมวดอุตสาหกรรมนี้ ทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมมีความแข็งแกร่งมากขึ้น
“ตอนที่ตลาดหลักทรัพย์เฮียริงก็มีสมาชิกที่ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เนื่องจากบางหมวดอุตสาหกรรมยังมีหุ้นจำนวนน้อย ทำให้การเปรียบเทียบเป็นหมวดอุตสาหกรรมคงทำให้เห็นภาพไม่ชัดเจน กรณีที่เห็นด้วยส่วนใหญ่จะเห็นด้วยที่แยกเป็นหมวด 8 อุตสาหกรรมเท่านั้น โดยไม่อยากให้แยกย่อยเป็นรายประเภทธุรกิจ” นายสุรเชษฐ์ กล่าว
นายสุรเชษฐ์ ยังมองว่า เพราะปกติหุ้นในเอ็ม เอ ไอ จะมีการเติบโตสูงและทำให้อัตราราคาปิดต่อกำไร (พี/อี) สูง แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับหุ้นที่อยู่หมวดอุตสาหกรรมเดียวกันบนกระดาน SET ที่มี พี/อี ต่ำกว่าในเอ็ม เอ ไอ ก็กลัวจะทำให้นักลงทุนมองว่าหุ้นเอ็ม เอ ไอ มีราคาที่แพงกว่า เพราะส่วนใหญ่นักลงทุนจะดู พี/อี ในการตัดสินใจลงทุนเป็นหลัก ซึ่งก็เข้าใจดีว่ามีทั้งข้อดีและข้อจำกัด
นายธัช ธงภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส (PPS) ให้มุมมองว่า หากต้องมีการจัดหมวดอุตสาหกรรมจริง PPS ต้องไปรวมอยู่ในหมวดอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างที่เป็นหมวดรับเหมา ซึ่งปกติ PPS ไม่ได้ทำธุรกิจเดียวกับรับเหมาก่อสร้าง เพราะมีรายได้ค่าบริการในการปรึกษาโครงการ และไม่มีความเสี่ยงเรื่องที่ต้องใช้กระแสเงินสดจำนวนมาก ดังนั้นการเปรียบเทียบของข้อมูลอาจจะไม่ได้ในกลุ่มเดียวกัน หากนักลงทุนไม่เข้าใจในรายละเอียดของธุรกิจจริงก็อาจไม่เป็นที่สนใจของนักลงทุนมาก
อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ดีก็อาจจะเป็นทางหนึ่งที่ทำให้บริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันได้เข้ามาระดมทุนและจดในเอ็ม เอ ไอ มากขึ้น เพราะมีการแยกหมวดเป็นสัดส่วน







