
‘เอบิโก้’ขอกลับเข้าเทรดmaiปลายปีนี้
เอบิโก้ บริษัทแม่มาลีพ้น NPG ยื่นขอ ก.ล.ต. เดือน ก.ย.ขอกลับเข้าเทรดปลายปีนี้
เอบิโก้ บริษัทแม่มาลีพ้น NPG ยื่นขอ ก.ล.ต. เดือน ก.ย.ขอกลับเข้าเทรดปลายปีนี้
นายพิทักษ์ กิตติอัตรเสถียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สีลมแอ๊ดไวเซอรี่ เปิดเผยว่า บริษัทเป็นที่ปรึกษาการเงินให้กับบริษัท เอบิโก้ โฮลดิ้งส์ (ABICO) ในการกลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อีกครั้ง โดย ABICO สามารถแก้ไขเหตุแห่งการเพิกถอนได้โดยสามารถออกจากแผนฟื้นฟูกิจการมาตั้งแต่เดือน พ.ย. 2555 จนขณะนี้สามารถพลิกฐานะการเงินและผลประกอบการให้กลับมาเป็นบวก พ้นจากกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด (NPG) ได้แล้ว
ทั้งนี้ ในเดือน ก.ย. ทาง ABICO จะยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขออนุญาตกลับเข้าซื้อขายอีกครั้ง คาดว่าน่าจะกลับเข้าซื้อขายได้ภายในช่วงปลายปี 2556 นี้ แต่จะกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เพราะขนาดทุนจดทะเบียน 235 ล้านบาท ต่ำกว่าเกณฑ์คุณสมบัติที่จะซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
“ABICO เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท มาลีสามพราน (MALEE) ถือหุ้นในสัดส่วน 25.49% ของทุนจดทะเบียน โดยทางมาลีสามพรานฟื้นกิจการและพ้นออกจาก NPG ไปก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้ ABICO ฟื้นไม่ยาก เพราะพอมาลีสามพรานพ้นจากแผนฟื้นฟูก็มีผลกำไรที่ดี สามารถจ่ายปันผลให้ ABICO ในฐานะบริษัทแม่ตามสัดส่วนการถือหุ้นทุกปี ปีละกว่า 100 ล้านบาท” นายพิทักษ์ กล่าว
ด้าน ABICO รายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ณ สิ้นไตรมาส 2 ของปีนี้ มีกำไรสุทธิ 64 ล้านบาท รายได้รวม 247 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 275 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสะสม 84.2 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมี บจ.อยู่ในกลุ่ม NC จำนวน 11 บริษัท และ NPG จำนวน 20 บริษัท
นอกจากหุ้นบริษัท เอบิโก้ โฮลดิ้งส์ ที่กำลังเร่งพลิกฟื้นกิจการเพื่อจะกลับเข้ามาเทรดอีกครั้ง ก็มีหุ้นอีกหลายตัวที่มีความคืบหน้าในการแก้ไขคุณสมบัติ ล่าสุดบริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น (PICNI) รายงานการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปีนี้ ว่ามีรายได้รวม 2,372.30 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวม 2,734.83 ล้านบาท ขาดทุน 362 ล้านบาท และรวมผลต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการแปลงค่างบการเงินอีก 1.32 ล้านบาท ทำให้มีขาดทุนสุทธิ 363 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2556 บริษัทมีส่วนขาดของผู้ถือหุ้น 9,628 ล้านบาท แม้มีส่วนเกินมูลค่าหุ้นถึง 2,462 ล้านบาท และส่วนเกินทุนจากราคาขายก๊าซปิโตรเลียมเหลว 532 ล้านบาทก็ตาม แต่มีขาดทุนสะสมถึง 12,830 ล้านบาท
บริษัท เอเซีย จอยท์ พาโนราม่า (AJP) ซึ่งหุ้นเพิ่งกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าราคาหุ้นวันแรกพุ่งกระฉูด 7,639% โดยปิดที่ 17.80 บาท เพิ่มขึ้นจากราคาครั้งหลังสุดที่ 0.23 บาท มากถึง 17.57 บาท แต่วันที่สองและสาม ก็ทำให้นักลงทุนบาดเจ็บอย่างหนัก ราคาดิ่งติดฟลอร์ (30%) 2 วันซ้อน ณ วันที่ 13 ก.ย. ราคาปิดที่ 8.75 บาท







