
เจ้าหนี้ทีทีแอนด์ทีโหวตชี้ชะตา18ก.ย.
TT&T นัดประชุมเจ้าหนี้ 18 ก.ย. ชงแก้แผนแปลงหนี้เป็นทุนเปิดทางพันธมิตรใหม่
TT&T นัดประชุมเจ้าหนี้ 18 ก.ย. ชงแก้แผนแปลงหนี้เป็นทุนเปิดทางพันธมิตรใหม่
แหล่งข่าวจากบริษัท ทีทีแอนด์ที (TT&T) เปิดเผยว่า ในวันที่ 18 ก.ย.นี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ได้นัดประชุมเจ้าหนี้ของบริษัท คิดเป็นมูลหนี้รวมประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีเจ้าหนี้ทั้งหมดมากกว่า 30 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย เจ้าหนี้สถาบันการเงิน บริษัท ทีโอที และบริษัท อยุธยา ลิมิเต็ด ซึ่งรายสุดท้ายเป็นกองทุนฮ่องกงที่ทยอยไล่ซื้อหนี้จากเจ้าหนี้ต่างประเทศเดิมมาเกือบทั้งหมด ทั้งนี้เจ้าหนี้แต่ละกลุ่มมีสัดส่วนใกล้เคียงกันประมาณ 1 ใน 3 ของมูลหนี้ทั้งหมด
บริษัทเตรียมจะเสนอต่อคณะกรรมการเจ้าหนี้เพื่อขออนุมัติแก้เงื่อนไขแผนฟื้นฟูกิจการ เปิดทางให้ผู้ลงทุนรายใหม่เข้ามาใส่เงินลงทุน หากที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติออกหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (พีพี) มูลค่าไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท เพื่อใช้ขยายธุรกิจใหม่ แต่มีเงื่อนไขว่าเจ้าหนี้เดิมจะต้องยอมแปลงหนี้เป็นทุนเพื่อลดหนี้เดิมให้เหลือสัดส่วน 5% ของมูลหนี้ และจะทยอยใช้คืนในภายหลัง พร้อมทั้งขอลดภาระหนี้ดอกเบี้ย โดยขอลดดอกเบี้ยจากเดิมที่ต้องจ่าย 3% ต่อปี ลงเหลือ 0.1%
ทั้งนี้ หากเงื่อนไขดังกล่าวได้รับเสียงโหวตจากเจ้าหนี้ ตั้งแต่สัดส่วน 51% จะเป็นผลดีต่อบริษัทที่ปัจจุบันมีส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบประมาณ 1.51.6 หมื่นล้านบาท มีโอกาสพลิกกลับมาเป็นบวก และมีผลการดำเนินงานพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ เนื่องจากบริษัทมีกำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อม และดอกเบี้ยจ่าย (อีบิตดา) เป็นบวกแล้ว ทั้งนี้ช่วง 6 เดือนแรกของปีมีอีบิตดาที่ 33.55 ล้านบาท จึงเป็นโอกาสที่หุ้น TT&T จะได้ปลดเครื่องหมาย SP
อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาบริษัทได้นำเสนอข้อมูล ทำความเข้าใจกับเจ้าหนี้แล้วเพื่อเป็นข้อมูลพิจารณาโหวต หากโหวตผ่านคณะกรรมการเจ้าหนี้จะมีส่วนร่วมกำหนดราคาขายหุ้นเพิ่มทุน และสัดส่วนจำนวนหุ้นเพิ่มทุน เพราะมีผลกระทบต่อสัดส่วนต่อการถือหุ้นเดิมของเจ้าหนี้ปัจจุบัน
ปัจจุบันมีกลุ่มนักลงทุนรายใหม่สนใจเข้าลงทุนแล้วจำนวน 23 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ประกอบในธุรกิจโทรคมนาคม แบ่งเป็นไทย 1 ราย และต่างประเทศ 2 ราย ซึ่งมีโอกาสจะมีนักลงทุนรายใหม่ให้ความสนใจเพิ่มขึ้น หากเงื่อนไขการแปลงหนี้เป็นทุนได้รับอนุมัติจากเจ้าหนี้
บริษัทยังเหลืออายุสัมปทานโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกถึงปี 2561 ที่ครอบคลุมอยู่ทั่วประเทศโดยเฉพาะในต่างจังหวัด ซึ่งผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทุกรายสามารถใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาการให้บริการรองรับระบบ 3จี และ 4จี โดยใช้เทคโนโลยีนำกล่องสัญญาณไปติดตั้งเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกเพื่อปล่อยสัญญาณ ทำให้มีต้นทุนที่ต่ำกว่าการตั้งเสาสูงเพื่อปล่อยสัญญาณและยังมีข้อจำกัดในด้านการหาพื้นที่ใช้วางเสาสูง
นอกจากนี้ ยังใช้ประโยชน์ขยายบริการธุรกิจเคเบิลทีวีในต่างจังหวัด ซึ่งปัจจุบันมีการกีดกันผู้เล่นรายใหม่ และยังใช้พัฒนาบริการระบบอินทราเน็ตในการวางระบบงานข้อมูลสารสนเทศให้กับธุรกิจต่างๆ







