
ไฟแนนซ์ทูเดย์
....กกกกกก
...l...สิ่งที่รัฐบาลจะแก้ปัญหาของประเทศได้คือทำให้
“กฎหมายศักดิ์สิทธิ์” จะเป็นพื้นฐานในการสังคายนาทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม...l...ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้จัดการใหญ่แบงก์กสิกรไทย อดีตคนเดือนตุลาฯ ช่วงนี้ต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งของการทำงาน มาร่วมวงพูดคุยกับมิตรสหายเพื่อหาคำตอบและหาทางออกให้แก่บ้านเมือง ... ข้อสรุปนั้นมีแล้วแต่ไม่มีใครอยากพูดถึงเพราะมันฟังแล้วหนาว...วว...
*** ขณะที่ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตรมว.พลังงาน ผู้ใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หนึ่งในคนเดือนตุลาฯเหมือนกัน ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นแกนนำคนเดือนตุลาฯที่ทำกับม็อบเสื้อแดง เอ้าๆๆๆ..ฟังแล้วคงต้องคิดตาม
...l...ไม่ต้องแปลกใจ ที่สำนักงานใหญ่ธนาคารกรุงเทพ ถนนสีลม จะมีเจ้าหน้าที่ทหารคลาคล่ำอยู่ทั้งด้านบนและห้องใต้ดิน เพราะจุดนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่เป็นเป้าทางการเมือง ข่าวแว่วๆ ว่างานนี้ทหารคนไหนมาประจำที่นี่ แบงก์เตรียมข้าวปลาอาหารไว้เพียบ เอ๊า...ระวังๆ มีเหตุด่วนเหตุร้ายเมื่อไหร่จะอุ้ยอ้ายไม่รู้ด้วย
...l...โดนโยงจนได้ เมื่อ พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง ในสังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน ถูก
“มือดี” เชื่อมความสัมพันธ์ส่วนตัวกับหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ ไปร้องต่อสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เกี่ยวกับงบประมาณที่หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นได้รับไปจัดงานด้านไอที 110 ล้านบาท โถ...ไม่น่าทำกันได้...l...แหล่งข่าววงในบริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย ยืนยันว่าความเสียหายของ
“คุ้มขันโตก” ที่ จ.เชียงใหม่ นั้น สูงไม่ถึง 1,000 ล้านบาทแน่ๆ โดยขณะนี้บริษัทประกันและเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเข้าไปตรวจสอบและหาหลักฐาน อีกไม่นานเกินรอคงรู้หน้ารู้หลัง...l...ถ้าสังเกตปัญหาราคาข้าวตอนนี้ จะมีแต่พื้นที่ภาคกลาง และเดิมๆ คือพื้นที่สีแดง คือจ.พระนครศรีอยุธยา สุพรรณ บุรี และปทุมธานี ที่โรงสีทุบราคารับซื้อจากชาวนา เพื่อทำให้ภาพนโยบายการประกันรายได้ของรัฐบาลดูแย่และแก้ไม่ได้ โดยอ้างว่ารัฐบาลแก้ปัญหาช้า
“ชาวนา” จะใส่เสื้อแดง หลังจากนั้นเมื่อรัฐบาลยอมนำระบบจำนำกลับมาก็เข้าทาง เพราะโรงสีจะเอาข้าวที่ซื้อมาถูกๆ เข้าโครงการ...l...สำนักงานเศรษฐกิจการคลังรายงานว่า ปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศในเดือน มี.ค. 2553 คาดว่าจะมีจำนวน 1.47 ล้านคน หรือคิดเป็นการขยายตัว 19.2% ต่อปี ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 44.5% ต่อปี ส่วนหนึ่งเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่เริ่มมีการเคลื่อนไหวของการชุมนุมช่วงปลายเดือน ที่ส่งผลกระทบด้านลบต่อจิตวิทยาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากมีความอ่อนไหวจากสถานการณ์ต่างๆ สูง
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน มี.ค. 53 คาดว่าจะยังคงขยายตัว
ในระดับสูงต่อเนื่องที่ร้อยละ 31.0 ต่อปี ใกล้เคียงกับเดือนก่อนที่
ขยายตัวร้อยละ 31.1 ต่อปี โดยคาดว่าจะเป็นผลจากปัจจัยบวกจากการที่
เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าเริ่มปรับตัวดีขึ้น ทำให้ยอดคำสั่งซื้อสินค้าส่งออก
ของไทยเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับสูง และส่งผลให้มีการเร่งการผลิตสินค้า
เพื่อตอบสนองความต้องการจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การผลิต
ภาคอุตสาหกรรมเริ่มได้รับปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความรุนแรง
ทางการเมืองที่ไม่สามารถหาข้อยุติ จนคาดว่าอาจจะส่งผลให้ยอดขาย
สินค้าภายในประเทศลดลง และจะทำให้ผู้ประกอบการชะลอการผลิต
สินค้าอุตสาหกรรมลง







