posttoday
เดินตามชินคังเซน

เดินตามชินคังเซน

13 กันยายน 2556

‘ชัชชาติ’เผยญี่ปุ่นสนประมูลรถไฟเร็วสูงขอข้อมูลการเกิดเมืองใหม่ผลกระทบ

‘ชัชชาติ’เผยญี่ปุ่นสนประมูลรถไฟเร็วสูงขอข้อมูลการเกิดเมืองใหม่ผลกระทบ

ชัชชาติเผยญี่ปุ่นสนประมูลรถไฟความเร็วสูง โยนให้ศึกษาเมืองใหม่ เล็งเป็นข้อมูลลงทุน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยหลังหารือกับนายอากิฮีโร โอตะ รมว.กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นว่า ทางการญี่ปุ่นพร้อมสนับสนุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศ 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง เพราะเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตได้ โดยบริษัทเอกชนจากญี่ปุ่นก็พร้อมเข้าร่วมประมูลระบบรถไฟความเร็วสูง ระบบรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที และระบบรถไฟฟ้าโมโนเรล ซึ่งบริษัทญี่ปุ่นหลายรายมีความเชี่ยวชาญ อาทิ คาวาซากิ และฮิตาชิ เป็นต้น

ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมเปิดกว้างในการเข้ามาร่วมประมูล โดยเน้นถึงระบบความปลอดภัย แต่ขณะเดียวกันไทยได้ขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นช่วยรวบรวมข้อมูลตัวอย่างผลกระทบจากการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ทั้งประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ข้อมูลการเกิดเมืองใหม่ ว่าก่อนและหลังที่มีรถไฟความเร็วสูงวิ่งผ่านมีการเติบโตอย่างไร รวมถึงผลกระทบด้านลบ กลับมาให้รัฐบาลไทยรับทราบ เนื่องจากญี่ปุ่นมีรถไฟความเร็วสูงตั้งแต่ปี 2507 และช่วงก่อสร้างก็เกิดแรงต่อต้านจากสังคมสูง ดังนั้นไทยจะนำข้อมูลจากญี่ปุ่นมาศึกษาให้ละเอียด รวมถึงชี้แจงให้สังคมรับรู้ในวงกว้าง ให้เกิดความเข้าใจถึงประโยชน์จากการลงทุน

สำหรับรถไฟความเร็วสูงชินคังเซนของญี่ปุ่นมีจุดเด่นคือ สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในปัจจุบัน และมีความปลอดภัยสูง โดยตั้งแต่เริ่มดำเนินการมา 48 ปี ยังไม่เคยมีอุบัติเหตุทำให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเลย ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงของไทย ประกอบด้วย 4 เส้นทาง ได้แก่ 1.กรุงเทพฯเชียงใหม่ 2.กรุงเทพฯนครราชสีมา 3.กรุงเทพฯหัวหิน และ 4.กรุงเทพฯระยอง โดยคาดจะดำเนินการก่อสร้างเส้นทาง กรุงเทพฯเชียงใหม่ เป็นเส้นแรก โดยระยะแรกจะสร้างถึงพิษณุโลกก่อน

นายชัชชาติ กล่าวถึงการเดินทางไปกล่าวปาฐกถาให้แก่นักลงทุนยุโรป ที่เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า ได้พูดถึงโอกาสในการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียนหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รวมถึงแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างอนาคตประเทศภายใต้ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท และการเชื่อมโยงไทยกับภูมิภาค โดยมีนักลงทุนชั้นนำร่วมรับฟัง 200 คน ซึ่งนักลงทุนแสดงความมั่นใจและพร้อมใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในอาเซียน

นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูงในหลายบริษัทของสวิตเซอร์แลนด์ยังมองไทยในแง่บวก ทั้งการเป็นศูนย์กลางเออีซีและแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ทุกคนอยากให้ทำสำเร็จได้จริงเพราะเห็นความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน เหมือนอย่างในสวิตเซอร์แลนด์ที่มีโครงสร้างพื้นฐานดีมาก และเมืองซูริกก็เป็นศูนย์กลางทั้งทางราง ถนน และอากาศ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของยุโรป

“ได้พูดคุยกับนายอเล็กซานเดอร์ ฮาเกมันน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชาฟฟ์เนอร์ ซึ่งเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในรถไฟฟ้า ที่ จ.ลำพูน ตั้งแต่ปี 2533 โดยยืนยันว่าโรงงานในไทยสามารถแข่งขันกับจีนได้สบาย และแรงงานมีคุณภาพดีกว่า อีกทั้งค่าขนส่งทางอากาศจากไทยไปยุโรป ถูกกว่าไปจากจีนกว่า 30%” นายชัชชาติ กล่าวสินค้าของเขา 90% ส่งไปยุโรปทางอากาศ จึง

สำหรับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จัดเป็นคู่ค้าลำดับต้นของไทยในยุโรป มีมูลค่าการค้าปี 2555 ประมาณ 2,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ปัจจุบัน มีบริษัทสัญชาติสวิสมาลงทุนในไทยราว 150 บริษัท รวมถึง บริษัท เนสท์เล่ โดยมีการจ้างแรงงานรวมมากกว่า 4.3 หมื่นคน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท