
ทองทรุดเจอ2เด้งเงินบาทแข็ง-คิวอีฉุด
ทองร่วงแรง 500 บาท เจอสองเด้งบาทแข็งและทองโลกร่วงรับคิวอี นักค้าทองคาดบาทละ 1.88 หมื่นเอาอยู่
ทองร่วงแรง 500 บาท เจอสองเด้งบาทแข็งและทองโลกร่วงรับคิวอี นักค้าทองคาดบาทละ 1.88 หมื่นเอาอยู่
ราคาทองคำ 96.5% ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง มีการปรับราคาถึง 9 ครั้ง รวมแล้วราคาทองร่วงลง 500 บาท
ราคาทองคำแท่งขายออกบาทละ 20,200 บาท รับซื้อ 20,100 บาท ขณะที่ราคารูปพรรณขายออก 20,600 บาท รับซื้อ 19,814.12 บาท
ทั้งนี้ เป็นไปตามราคาทองโลกที่ปรับลดลงเหลือ 1,344 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 31.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ราคาทองคำตลาดเอเชียวันที่ 12 ก.ย. แกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,339.35-1,366.64 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFV13 อยู่ที่ 20,280 บาท โดยราคาปรับตัวลดลง 540 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,820 บาท ขณะที่ซิลเวอร์ฟิวเจอร์ส SVV13 อยู่ที่ 767 บาท โดยราคาไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อน
นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก เปิดเผยว่า ราคาทองคำช่วงเช้าร่วง 200 บาท เมื่อค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น และทรุดหนักในช่วงบ่ายเพราะราคาทองคำในตลาดโลกร่วงลง 20 เหรียญสหรัฐ เพราะความกังวลว่าสหรัฐจะลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ในการประชุมวันที่ 17-18 ก.ย.นี้
ในภาวะเช่นนี้แนะนำให้ชอร์ตหรือขายล่วงหน้าทองคำมากกว่าเข้าซื้อ เพราะจะได้กำไรจากการลงทุนมากกว่า
ทั้งนี้ เชื่อว่าราคาทองคำปีนี้จะร่วงลงสู่ 1,300 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เร็วๆ นี้ และลงไปทดสอบ 1,250 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หากคิดเป็นทองคำในประเทศก็คือบาทละ 19,550 บาท และ 18,850 บาท ตามลำดับ
ด้านภาวะตลาดหุ้นปิด 1,397.90 จุด ลดลง 13.28 จุด หรือลดลง 0.94% ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนช่วงเช้าปรับตัวขึ้นและทรุดหนักช่วงบ่ายคาดว่าจะเกิดการพักฐานหลังจากปรับตัวขึ้นมา 4 วัน โดยดัชนีผันผวนระหว่าง 1,397.90-1,422.19 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 42,874.58 ล้านบาท
ต่างชาติซื้อเป็นวันที่ 5 แต่ซื้อลดลงเหลือ 74 ล้านบาท รวม 5 วันที่เข้าซื้อ 10,937 ล้านบาท ขณะที่รายย่อยพลิกเป็นซื้อ 773 ล้านบาท หลังจากขายมาตลอดเกือบ 2 หมื่นล้านบาท
ด้านสถาบันในประเทศและพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ขายสุทธิ 477 ล้านบาท และ 370 ล้านบาท ตามลำดับ
มีแรงขายนำหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งปรับตัวลงแรง ตามด้วยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ พลังงาน และขนส่ง ขณะที่มีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มธนาคาร
นายเจริญ เอี่ยมพัฒนธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคที ซีมิโก้ ให้ความเห็นว่า ตลาดหุ้นไทยผันผวนในกรอบแคบ คล้ายกับตลาดภูมิภาคที่แกว่งแคบทั้งในแดนบวกและลบ โดยมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้างหลังดัชนีปรับตัวขึ้นไปมาก และขณะนี้ก็ยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา ประกอบกับตลาดอยู่ระหว่างการเฝ้ารอผลการประชุม เฟดในวันที่ 17-18 ก.ย.นี้ โดยพุ่งประเด็นจับตาความชัดเจนของการลดขนาดมาตรการคิวอีหลังจากเศรษฐกิจมีสัญญาณฟื้นตัวขึ้น
ทั้งนี้ คาดว่าตลาดจะซึมตัวต่อเนื่องจากรอบนี้ตลาดพยายามจะขึ้นไปทดสอบระดับ 1,420 จุด แต่ยังไม่ผ่าน ทำให้อาจพักตัว พร้อมให้แนวรับ 1,400-1,390 จุด ส่วนแนวต้าน 1,420 จุด
ด้านภาวะตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนปรับลดลงเล็กน้อยเกือบทุกช่วงอายุตราสาร ในขณะที่มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 55,459 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติ มียอดซื้อสุทธิเท่ากับ 8,077 ล้านบาท มีแรงซื้อในทุกช่วงอายุตราสาร โดยเฉพาะในตราสารระยะสั้น ยอดซื้อสุทธิเท่ากับ 8,077 ล้านบาท
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย แจ้งว่า นักลงทุนยังจับตาผลการประชุมเฟดวันที่ 17 ก.ย.นี้ ว่าจะมีมาตรการลดคิวอีหรือไม่







