
กองทุนภัยภิบัติพร้อมรับเสี่ยงภัย
บรรยากาศฟ้าฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ ทำให้รู้สึกหวั่นไหวถึงเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อครั้งปี 2554
โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ
บรรยากาศฟ้าฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ ทำให้รู้สึกหวั่นไหวถึงเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อครั้งปี 2554 ไม่ได้ แต่ก็อุ่นใจขึ้น เมื่อปัจจุบันยังมีกองทุนภัยพิบัติที่เข้ามาช่วยรับหน้าที่จากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ
ทั้งนี้ พบว่า ข้อมูลตั้งแต่เริ่มจัดตั้งกองทุนฯ และเริ่มขายประกันมาตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. 2555 ถึง 7 ส.ค. 2556 มีจำนวนกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติทั้งสิ้น 1,592,240 ฉบับ เป็นกรมธรรม์ที่ยังมีความคุ้มครอง 1,404,267 ฉบับ และมีทุนประกันภัยที่ยังมีความคุ้มครอง 91,712 ล้านบาท และทุนประกันภัยต่อตามสัดส่วนของกองทุนฯ ที่ยังคุ้มครอง 52,629 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแต่อย่างใด
แบ่งเป็นกลุ่มบ้านอยู่อาศัยมีจำนวนกรมธรรม์สูงสุด 1,330,323 ฉบับ หรือ 94% ของจำนวนกรมธรรม์ที่ยังมีความคุ้มครอง รองลงมาเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและย่อม 69,236 ฉบับ หรือ 5% และกลุ่มอุตสาหกรรมมีกรมธรรม์ 4,708 ฉบับ หรือ 1%
นอกจากนี้ กลุ่มบ้านอยู่อาศัยยังมีจำนวนทุนประกันภัยต่อตามสัดส่วนของกองทุนฯ สูงสุด 32,767 ล้านบาท หรือ 62% รองลงมาเป็นกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม 11,612 ล้านบาท หรือ 22% และกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและย่อม 8,250 ล้านบาท หรือ 16% แต่หากเป็นเรื่องของเบี้ยประกันแล้ว พบว่า กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมมีเบี้ยประกันภัยสูงสุด 216 ล้านบาทหรือ 40% รองลงมาเป็นกลุ่มบ้านอยู่อาศัย 215 ล้านบาท หรือ 40% และกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและย่อมจำนวน 104 ล้านบาทหรือ 20%
ขณะที่พบว่า จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยตามการประมาณการของกองทุนฯ 5 จังหวัด ได้แก่ จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี และกรุงเทพฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมและมีการสร้างระบบป้องกันภัยพิบัติโดยเฉพาะน้ำท่วมไว้อย่างดีแล้วแต่ยังคงให้ความสำคัญต่อการทำประกันภัยพิบัติ โดยมีทุนประกันภัยตามสัดส่วนของกองทุนฯ รวมทั้งสิ้น 25,357 ล้านบาท แยกเป็นกลุ่มบ้านอยู่อาศัย 16,179 ล้านบาท กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและย่อม 3,314 ล้านบาท และกลุ่มอุตสาหกรรม 5,864 ล้านบาท
ส่วนจังหวัดที่เหลืออีก 72 จังหวัดทั่วประเทศ มีทุนประกันภัยตามสัดส่วนของกองทุนฯ รวมทั้งสิ้น 27,272 ล้านบาท โดยมาจากกลุ่มบ้านอยู่อาศัย 16,589 ล้านบาท กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและย่อม 4,935 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมจำนวน 5,748 ล้านบาท
นายพยุงศักด์ ชาติสุทธิผล ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ กล่าวว่า นโยบายการดำเนินงานของกองทุนฯ ในปีนี้จะยังคงเป็นหลักในการขับเคลื่อนให้ระบบการประกันภัยสามารถดำเนินธุรกิจได้เช่นเดียวกับก่อนเกิดวิกฤตอุทกภัย และผลักดันให้ประชาชนเข้าถึงความคุ้มครองภัยพิบัติได้อย่างเพียงพอและทั่วถึง รวมทั้งสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนต่างชาติและผู้ประกอบการต่างๆ ให้ยังคงดำเนินกิจการและขยายการลงทุนต่อไปในประเทศไทย
การทำประกันภัยพิบัติล่วงหน้าจึงถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการคุ้มครองทรัพย์สินและกิจการแก่ผู้ถือครองกรมธรรม์ ทั้งยังเอื้อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้แม้ยามเกิดภัยพิบัติได้







