
กองทุนฯแนะประชาชนซื้อประกันภัยพิบัติ
กองทุนฯแนะประชาชนซื้อประกันภัยพิบัติปิดความเสี่ยงก่อนภัยมา เพื่อลดความสูญเสียทรัพย์สินและกิจการ
กองทุนฯแนะประชาชนซื้อประกันภัยพิบัติปิดความเสี่ยงก่อนภัยมา เพื่อลดความสูญเสียทรัพย์สินและกิจการ
นายพยุงศักด์ ชาติสุทธิผล ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงยิ่งขึ้น อาทิ ภัยจากน้ำท่วม แผ่นดินไหวและลมพายุ แม้ว่าในหลายพื้นที่ของประเทศไทยจะอยู่นอกเขตพื้นที่เสี่ยงการเกิดภัยพิบัติตามการประมาณการของกองทุนฯ แต่ก็ยังได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและธุรกิจอย่างมาก ดังนั้นการปิดความเสี่ยงภัยพิบัติด้วยการซื้อประกันก่อนภัยมาจึงถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
กองทุนฯ มีบทบาทในการช่วยเหลือประชาชนและธุรกิจให้ได้รับความคุ้มครองทรัพย์สิน และกิจการจากภัยพิบัติ รวมทั้งเข้าถึงความคุ้มครองภัยพิบัติได้อย่างทั่วถึง โดยประชาชนและธุรกิจสามารถซื้อประกันภัยพิบัติของกองทุนฯ ผ่านบริษัทที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 51 แห่ง เพื่อรับความคุ้มครองภัยพิบัติ 3 ประเภท ได้แก่ น้ำท่วม แผ่นดินไหว และลมพายุในอัตราเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสม
ทั้งนี้ กองทุนฯ กำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยเดียวสำหรับแต่ละกลุ่ม ระหว่าง 0.5 - 1.25% โดยกลุ่มบ้านอยู่อาศัย คิดอัตราเบี้ยที่ 0.5% ต่อปี คุ้มครองไม่เกิน 1 แสนบาท กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและย่อม คิดอัตราเบี้ยที่ 1% ต่อ และกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม คิดอัตราเบี้ยที่ 1.25% ต่อปี โดย 2 กลุ่มหลังนี้จะให้ความคุ้มครองไม่เกิน 30% ของทุนประกันภัย เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยทุกกลุ่มมีความสามารถในการชำระค่าเบี้ยประกันภัย ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคประชาชนและผู้ประกอบการส่งผลให้มีการทำประกันภัยอย่างกว้างขวาง
“การทำประกันภัยพิบัติล่วงหน้าถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการคุ้มครองทรัพย์สินและกิจการแก่ผู้ถือครองกรมธรรม์ ทั้งยังเอื้อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้แม้ยามเกิดภัยพิบัติ ตลอดจนเป็นหลักประกันสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้า และผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติในการดำเนินธุรกิจ และขยายการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่องซึ่งจะส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ” นายพยุงศักดิ์ กล่าว







