
SMEมะกันเล็งจ้างงานเพิ่ม
แนวโน้มรับคนใหม่พุ่งสุดในรอบ7ปีคาดปีนี้ดีขึ้นแม้ความเชื่อมั่นยังถดถอย
แนวโน้มรับคนใหม่พุ่งสุดในรอบ7ปีคาดปีนี้ดีขึ้นแม้ความเชื่อมั่นยังถดถอย
เอสเอ็มอีสหรัฐเตรียมจ้างงานเพิ่มสูงสุดรอบ 7 ปี แม้ดัชนีความเชื่อมั่นลด คาดครึ่งปีหลังมีแนวโน้มดีขึ้น
สมาพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นเอฟไอบี) เปิดเผยผลการสำรวจแนวโน้มเศรษฐกิจของธุรกิจขนาดเล็กเดือน ส.ค. ว่า บรรดาธุรกิจรายย่อยมีแผนจะจ้างงานเพิ่มขึ้นถึง 7% ซึ่งเป็นจำนวนสูงที่สุดในรอบ 7 ปี หรือช่วงก่อนที่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินในสหรัฐเลยทีเดียว โดยนับเป็นสัญญาณบวกล่าสุด แม้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นในเดือนเดียวกันจะออกมาสวนทางกันก็ตาม
เว็บไซต์แอลเอ ไทม์ส รายงานว่า ผลสำรวจความเชื่อมั่นของเอสเอ็มอีในเดือนเดียวกัน ปรับตัวลงเล็กน้อย 0.1 จุด จากในเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 94 จุด เนื่องจากรายย่อยส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อมั่นเต็มที่นักต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่ธุรกิจจำนวนมากยังกังวลเรื่องผลประกอบการในช่วง 6 เดือนข้างหน้าอีกด้วย
“หากผลสำรวจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องฟลุก ก็จะเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการจ้างงานซึ่งจะฟื้นตัวอีกครั้งภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า ซึ่งยังต้องจับตาดูต่อว่าแนวโน้มการจ้างงานเดือน ก.ย. จะออกมาในทางบวกต่อเนื่องจากเดือน ส.ค.หรือไม่” รายงานดังกล่าว ระบุ
ทั้งนี้ ผลสำรวจดังกล่าวยังมีดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจอีกหลายด้านที่มีทิศทางต่างกัน โดยแม้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นจะปรับตัวลดลง ทว่าแนวโน้มการจ้างงาน การใช้จ่าย การลงทุน และยอดขายนั้น กลับปรับตัวดีขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐอาจมีทิศทางที่สดใสขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ขณะที่แนวโน้มการจ้างงานที่ปรับตัวสูงขึ้นครั้งนี้ยังนับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2550
“แผนการใช้จ่ายและลงทุนด้านสินค้าคงคลังนั้นยังปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งดัชนีหลายด้านนั้นบ่งชี้ว่าอาจช่วยขับเคลื่อนให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐเติบโตขึ้นไปด้วย” เอ็นเอฟไอบี ระบุ
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานดังกล่าวได้ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า แม้แนวโน้มการจ้างงานของภาคธุรกิจขนาดเล็กจะปรับตัวดีขึ้น ทว่าตำแหน่งงานส่วนใหญ่ก็อาจจะยังคงเป็นงานพาร์ตไทม์อยู่ ทำให้ยังต้องจับตาดูเรื่องแนวโน้มของการจ้างงานครั้งต่อไป







