
ชาผลไม้
ช่วงนี้ผมนอนดึกติดกันมาหลายคืนแล้ว แต่ไม่ใช่เพราะสังสรรค์นะครับ แต่เนื่องจากน้องหมอก้อง (ก้องไหนหรือครับ? ...ก็คนที่เป็นหมอแล้วแวบมาเล่นละครเป็นไอ้วรรณในเรื่องดาวเรืองนั่นล่ะครับ) กับน้องสาวที่น่ารักอีกสองคน เกิดไอเดียบรรเจิดจะเปิดร้านอาหารและเครื่องดื่มเล็กๆ ขึ้นมา ก็ตั้งใจกันว่าจะขายอาหารง่ายๆ อันนี้ก็เลยไปลากคุณแม่มาลำบากอีกสามท่าน...จบไปเรื่องหนึ่งครับ
ช่วงนี้ผมนอนดึกติดกันมาหลายคืนแล้ว แต่ไม่ใช่เพราะสังสรรค์นะครับ แต่เนื่องจากน้องหมอก้อง (ก้องไหนหรือครับ? ...ก็คนที่เป็นหมอแล้วแวบมาเล่นละครเป็นไอ้วรรณในเรื่องดาวเรืองนั่นล่ะครับ) กับน้องสาวที่น่ารักอีกสองคน เกิดไอเดียบรรเจิดจะเปิดร้านอาหารและเครื่องดื่มเล็กๆ ขึ้นมา ก็ตั้งใจกันว่าจะขายอาหารง่ายๆ อันนี้ก็เลยไปลากคุณแม่มาลำบากอีกสามท่าน...จบไปเรื่องหนึ่งครับ
ส่วนขนมเขาช่วยกันทำเอง ทำเยอะหน่อยก็ลากเพื่อนๆ พี่ๆ ไปช่วยทำ...ง่ายมั้ยครับ...ที่เหลือก็คือเครื่องดื่มซึ่งตั้งใจว่าจะขายชาไต้หวันเป็นหลัก ก็พวกที่มีไข่มุก พุดดิ้งอะไรนี่ล่ะครับ ก็เลยมาปรึกษาผมว่าอยากได้ชาที่รสชาติดี เข้มข้น และมีกลิ่นหอม ก็เลยต้องมาชงชิมเพื่อหารสชาติที่ลงตัวกัน เลยเป็นที่มาของการนอนดึกนี่ล่ะครับ
ผมยกตัวอย่างเรื่องร้านชาขึ้นมาเพราะต้องการให้เห็นว่าเราจะมีวิธีคิดอย่างไรในการสร้างจุดขายและความต่างของร้านเรากับเพื่อนบ้าน ก็เลยมาสุมหัว (Brain Strom) กันว่าจะขายชาที่ทุกคนชอบก่อน เพราะถ้าทำแบบที่เราไม่กินแล้วคงจะยากที่ขายได้ เพราะสิ่งที่เราไม่กินนั้นเราก็คงไม่ใส่ใจทำ อันนี้เป็นหลักการคิดจากตัวผมเองนะครับ เราก็เลยแบ่งชาเป็นสองแบบ คือ
1.ชาดำ (ไม่ใส่นม) รสชาติต่างๆ จะเอารสชาติจากไหนดี? ก็คิดว่าเมืองไทยผลไม้เยอะ ก็ทำชาผลไม้แล้วกัน ลองทำออกมาก็อร่อยดี เพราะใช้ผลไม้จริงผสมกับน้ำผลไม้เข้มข้น ดูตัวอย่างนะครับ
ชาส้มซันคิสต์ ชาเสาวรส ชาฝรั่ง ชาลิ้นจี่ ชาน้ำผึ้งสับปะรด ชาเต้าฮวยน้ำขิง ฯลฯ
2.ชาขาว (ใส่นมครับ...เลยขาว) ก็ได้มาหลายรสชาติเลยครับ เช่น
ชานมส้ม ชาสิงคโปร์ ชากล้วยหอม ฯลฯ ใช้ผลไม้สดมาทำนะครับ ก็ได้รสชาติที่เข้มข้นมากกว่าที่ใช้กลิ่นสังเคราะห์
แค่สองแบบใส่นม ไม่ใส่นม ก็ชิมกันมึนแล้วครับ ชิมๆ ไปก็เกิดไอเดียกลางคันได้รสชาติใหม่ขึ้นมาอีก
คราวนี้ก็อยากจะขายชาทุกรสที่ชอบ ตกลงกันไม่ได้อีก...แต่ด้วยสถานที่บังคับเลยต้องเลือกมาก่อน 45 ชนิด จบลงตัวแค่ส่วนแรกนะครับ...ขายไปสักพักค่อยเพิ่มเมนูอีก
หลังจากสรุปเมนูได้ก็ต้องเข้าไปลองในสถานที่จริงล่ะครับว่ามีปัญหาอะไรบ้าง ใช้เวลานานมั้ยในกระบวนการผลิต?
ก็เลยนัดกันไว้วันอาทิตย์นี้จะทดลองขายก่อนเปิดขายจริงในวันจันทร์ ใครอยากแวะไปให้กำลังใจหมอก้องและน้องๆ ก็เชิญได้นะครับที่ร้าน Be Healthy อาคารจอดรถงามวงศ์วาน 1 ชั้นล่าง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน นะครับ
สุดท้าย ขอแถมสูตรชาผลไม้ไว้ให้ท่านผู้อ่านลองทำชิมกันดูนะครับ
ชาส้มแมนดาริน
น้ำชาชงแก่ 150 มล.
น้ำเชื่อมเข้มข้น 60 มล.
น้ำส้มแมนดารินคั้นสด 40 มล.
ส้มฝานเสี้ยวบางๆ 1 ชิ้น
น้ำแข็งหลอดเล็ก
ผสมทุกอย่างในเชกเกอร์แล้วผสมให้เข้ากันจนเย็นจัด เทใส่แก้วเสิร์ฟทันที







