posttoday
LH มีเป้าหมายใหม่ 12 บาท

LH มีเป้าหมายใหม่ 12 บาท

12 กันยายน 2556

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง ยังชอบหุ้นบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) เนื่องจากคาดว่าผลการดำเนินงานจะแข็งแกร่งกว่ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวและมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรจากการขายสินทรัพย์และรายได้ค่าเช่าจากโครงการใหม่เพิ่มเติม

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง ยังชอบหุ้นบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) เนื่องจากคาดว่าผลการดำเนินงานจะแข็งแกร่งกว่ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวและมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรจากการขายสินทรัพย์และรายได้ค่าเช่าจากโครงการใหม่เพิ่มเติม

“เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2556 เป็น 11.20 บาท เพิ่มขึ้นจาก 11 บาท เพื่อสะท้อนการปรับประมาณการกำไรเพิ่มจากการซื้อสินทรัพย์ล่าสุดในสหรัฐ อ้างอิงจากการประเมินมูลค่า เป้าหมายสัดส่วนราคาต่อกำไร หรือพี/อี บ้าน 15.5 เท่า (ค่าเฉลี่ยปี 2549-2555 ของบริษัท) และมูลค่าการลงทุน 3.90 บาทต่อหุ้น”

บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ได้รับการปรับเพิ่มประมาณการกำไร จากเมื่อวันที่ 5 ก.ย. LH ซื้ออพาร์ตเมนต์ 264 ยูนิต ในโอ๊กแลนด์ แคลิฟอร์เนียร์ เป็นมูลค่า 3,300 ล้านบาท โดยตั้งเป้าอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ของโครงการอยู่ที่ 13-14% และมีอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำต่อปี 5% สำหรับอพาร์ตเมนต์ดังกล่าวมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 96% จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสำหรับปี 2556 อีก 0.4% และเพิ่มประมาณการปี 2557 อีก 1.5% เพื่อสะท้อนรายได้ต่อเนื่องจากการซื้อสินทรัพย์เพื่อให้เช่า

นอกจากนี้ LH จะรายงานยอดจองซื้อทำสถิติสูงสุดใหม่ที่คาดการณ์ 9,200 ล้านบาท สำหรับไตรมาส 3 ปี 2556 (เป็นบ้านแนวราบ 62% และที่เหลือเป็นคอนโด) เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และ 20% จากไตรมาส 2 (QoQ) หนุนโดยทั้งยอดขายที่ดีจากโครงการแนวราบเติบโต 8% YoY และ 15% QoQ และยอดจองซื้อคอนโดก้าวกระโดด 60% YoY และ 30% QoQ

ทั้งนี้ คาดยอดจองซื้อคอนโด 3,500 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 3 โดยเชื่อว่าธุรกิจของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวเนื่องจากฐานลูกค้าเป็นผู้ที่มีรายได้สูง ซึ่งยังมีอำนาจในการซื้อสูง (ราคาขายเฉลี่ย 7.3 ล้านต่อยูนิต ซึ่งเป็นราคาที่สูงที่สุดในกลุ่มอสังหาฯ ที่ บล.บัวหลวงให้คำแนะนำ)

“คาดว่า LH รายงานกำไรหลักทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 3 หลังจากที่เคยรายงานกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 2 ไปแล้ว โดยประมาณการกำไรหลักไตรมาส 3 เบื้องต้นของเราอยู่ที่ 1,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY และ 3% QoQ หนุนโดยรายได้คอนโด 3 โครงการจะโอนในไตรมาส 3 ได้แก่ The Room สุขุมวิท 21 (มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท) The Room สุขุมวิท 40 (มูลค่าโครงการ 600 ล้านบาท) และ North 8 เชียงใหม่ (มูลค่าโครงการ 400 ล้านบาท) กำไรจะปรับตัวสูงขึ้น YoY ในไตรมาส 4/2556 เนื่องจากบริษัทวางแผนที่จะโอนคอนโดต่อเนื่องอีก 2 โครงการ (The Key อุดมสุข และ North 1 เชียงใหม่)

บริษัทยังเตรียมรับทรัพย์ในไตรมาส 4 โดยวางแผนที่จะขายเทอร์มินอล 21 (พื้นที่ค้าปลีก) ให้แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งขึ้นใหม่ในเดือน พ.ย. 2556 โดยจะมีการขายสินทรัพย์อื่นๆ ให้แก่กองทุนดังกล่าว ได้แก่ แฟชั่น ไอส์แลนด์ (ครอบครัวอัศวโภคินเป็นเจ้าของ) และหัวหิน มาร์เก็ตวิลเลจ (บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) เป็นเจ้าของ) คาดมูลค่ากองทุนรวมอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังไม่ได้รวมมูลค่าการขายสินทรัพย์เข้ามาในโมเดล คาดการณ์กำไรจากการขายเทอร์มินอล 21 ไว้ที่ 1,300 ล้านบาท (คิดเป็นอัพไซด์ 19% ต่อประมาณการกำไรหลักปี 2556ของเรา) รวมกับกำไรทางบัญชีจำนวน 560 ล้านบาท (อัพไซด์ 9% ต่อประมาณการกำไรหลักปี 2556 ของเรา) จากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก HMPRO และบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ หรือ QH อันเป็นผลมาจากการขายหัวหิน มาร์เก็ตวิลเลจ

ปัจจุบัน บล.บัวหลวง ให้สมมติฐานในเชิงอนุรักษนิยมมากว่าน่าจะไม่มีอัพไซด์จากเงินปันผลอย่างมีนัยสำคัญจากการขายสินทรัพย์ดังกล่าว เนื่องจากคาดว่า LH จะสำรองเงินสดรับไว้เพื่อลงทุนในโครงการอสังหาฯ ให้เช่าโครงการใหม่ในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท