
NOKงัดหุ้นเหนือพื้นฐาน
ชูกำไรแข็งแกร่งสุดในกลุ่มธุรกิจการบินรุกโรดโชว์ดึงนักลงทุนต่างชาติลงทุนเพิ่ม
ชูกำไรแข็งแกร่งสุดในกลุ่มธุรกิจการบินรุกโรดโชว์ดึงนักลงทุนต่างชาติลงทุนเพิ่ม
NOK โอดราคาหุ้นต่ำกว่าพื้นฐาน โชว์จุดเด่นกำไรดีสุดในกลุ่มสายการบิน เตรียมเดินสายโรดโชว์ดึงฝรั่งถือมากขึ้น
นายวิทัย รัตนากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK) เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาหุ้นของบริษัทอยู่ในระดับต่ำเกินไป หากเปรียบเทียบกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งดำเนินธุรกิจสายการบินด้วยกัน NOK ถือว่ามีกำไรสุทธิสูงสุด มีจำนวนผู้โดยสารมากที่สุดและมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด แต่ ในแง่ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) กลับอยู่ที่ระดับ 1.3 หมื่นล้านบาท นับว่าต่ำที่สุด ทั้งที่บริษัทเข้าข่ายเป็นหุ้นที่มีการเติบโตสูง ตลอด 3 ปีย้อนหลังที่ผ่านมาเติบโตในอัตรา 40% และจ่ายปันผลสูงสุด
“มาร์เก็ตแคป ที่เห็น 1.3 หมื่นล้านบาท หากหักเงินสดในมือที่มีอยู่อีก 5,500 ล้านบาท ทำให้มาร์เก็ตแคป ลดต่ำในระดับน้อยมาก โดยระดับราคาหุ้น NOK ถือว่าต่ำกว่าที่ควรจะเป็น” นายวิทัย กล่าว
บริษัทยอมรับว่าในช่วงที่บริษัทได้กระจายหุ้นเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไป (ไอพีโอ) ได้จัดสรรขายให้กับนักลงทุนสถาบันต่างชาติในระดับที่น้อยเกินไป หลังจากนี้ไปบริษัทจะเน้นการนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) เดินทางไปพบกับนักลงทุนต่างประเทศมากขึ้น เพื่อให้สัดส่วนการถือครองหุ้นโดยนักลงทุนต่างชาติให้เพิ่มขึ้นมากกว่าปัจจุบันอยู่ในระดับเพียง 6% เท่านั้น สร้างความสมดุลในเรื่องของสัดส่วนการถือหุ้น
ทั้งนี้ ในวันที่ 11 ก.ย.นี้ จะไปฮ่องกง และเดือน ต.ค.นี้ มีแผนจะไปโรดโชว์ยังนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐ
สำหรับผลประกอบการของบริษัทในช่วงไตรมาส 3 นี้ คาดว่าจะออกมาต่ำกว่าไตรมาส 2 เล็กน้อย ที่มีรายได้ 2,618.2 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 260 ล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วงวงจรธุรกิจขาลงของธุรกิจสายการบิน
อย่างไรก็ตามตลอดปีคาดว่ารายได้จะยังมีอัตราการเติบโตที่สูงระดับ 40% ตามแนวโน้มของผู้โดยสาร 5.6-5.7 ล้านคน และคาดว่าอัตราจำนวนผู้โดยสาร เฉลี่ยจะอยู่ที่ 83-85%
สำหรับสถานการณ์ซีเรียที่ผ่อนคลายลง ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจการบิน แต่บริษัทก็ยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และไม่มีความกังวลกรณีซีเรียแต่อย่างใดเพราะได้มีการป้องกันความเสี่ยงจากราคาน้ำมัน (Hedging) ไว้แล้ว 30%
นอกจากนี้ สามารถปรับราคาขายตั๋วได้ตามราคาต้นทุน ทำให้สามารถผลักภาระต้นทุนไปให้กับผู้โดยสารเพื่อรับความเสี่ยงร่วมกันได้
“ที่ผ่านมาบริษัทเติบโตในทุกด้านที่ระดับ 40% ไม่ว่าจะเป็นรายได้ กำไร เพิ่มจำนวนที่นั่งแต่ละปี แต่บริษัทเริ่มวางแผนว่าใน 2 ปีข้างหน้า จะจำกัดการเพิ่มจำนวนที่นั่งโดยสารให้อยู่ในอัตรา 2526.9% เท่านั้น เพื่อให้อัตราการเติบโตอยู่ในระดับเหมาะสมและยั่งยืนในระยะยาว และให้จำนวนที่นั่งสอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสารที่จะเพิ่มเข้ามาในแต่ละปี” นายวิทัย กล่าว
นายปัญญา ชุติสิริวงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ NOK เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแผนซื้อเครื่องบินใบพัด จำนวน 3 ลำ มูลค่ารวม 2,300 ล้านบาท เพื่อเพิ่มจำนวนฝูงบินรองรับการให้บริการผู้โดยสาร ซึ่งแหล่งเงินที่มาจากการขายหุ้นไอพีโอ โดยคาดว่าจะเริ่มจัดซื้อได้ภายในปีหน้า
นอกจากนี้ บริษัทจะมีการเช่าเครื่องบินเจ็ตเพิ่มอีก 4 ลำ ทำให้ จำนวนที่นั่งผู้โดยสารเพิ่มเป็น 3,185 ที่นั่ง จากสิ้นปีนี้อยู่ที่ 2,547 ที่นั่ง โดยมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น 25%
บริษัทจะไปโรดโชว์มากขึ้นและผลจากการไปโรดโชว์ 2 ครั้งที่สิงคโปร์ช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน
ด้านราคาหุ้น NOK ปิด 21.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 0.47%







