
ปรับภาษีน้ำเมาทำตลาดป่วนจับตาราคาใหม่ทุบเหล้านอก
ภายหลังจากที่กรมสรรพสามิตปรับโครงสร้างภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์แล้ว
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
ภายหลังจากที่กรมสรรพสามิตปรับโครงสร้างภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์แล้ว สถานการณ์ตลาดน้ำเมา เหล้า เบียร์ วิสกี้นำเข้า ยังคงปั่นป่วนอย่างหนักจากการที่ผู้ประกอบการไม่สามารถแจ้งราคาที่จะปรับขึ้นได้ ด้วยเหตุผลเดียว คือ ไม่สามารถคำนวณการขายส่งในช่วงสุดท้ายของขายปลีกได้
ปริญ มาลากุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบียร์ไฮเนเก้น กล่าวว่า ในทุกครั้งที่มีการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่ม ผู้ประกอบการจะต้องแจ้งราคาใหม่ทันทีนับตั้งแต่วันที่มีผลบังคับแล้ว แต่ครั้งนี้ทุกรายไม่สามารถแจ้งราคาที่ปรับได้ เพราะการคำนวณการจัดเก็บขายส่งในช่วงสุดท้ายของขายปลีก แม้ว่ากรมสรรพสามิตจะกำหนดว่ามีร้านค้าส่งที่ขึ้นทะเบียน 4,000 ราย แต่ปมที่คิดไม่ตกคือ แต่ละรายขายปลีกในช่วงสุดท้ายไม่เหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมน้ำเมาเหล้านอกและเบียร์ ระบุว่า การปรับโครงสร้างภาษีในครั้งนี้ เบียร์ ถือว่าเป็นเครื่องดื่มน้ำเมาที่โดนปรับราคาขึ้นสูงมากตั้งแต่ 3 บาทในบรรจุภัณฑ์กระป๋อง กระทั่งขวดเล็ก 330 มล. ปรับ 5 บาท และขวด 630 มล. ปรับ 7 บาท เมื่อเทียบกับเหล้าขาวปรับราคาเพิ่มเพียง 2-3 บาท หรือเพิ่มจาก 42 บาท เป็น 45 บาท
ทั้งนี้ ราคาถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งของการตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้า โอกาสที่จะยกระดับการดื่มจากเหล้าขาวมาสู่เบียร์อาจจะมีลดลง เนื่องจากกำลังซื้อน้อย ขณะที่ค่ายสิงห์ ผู้กุมบัลลังก์ตลาดเบียร์มูลค่า 1.4 แสนล้านบาท จากการครองส่วนแบ่ง 74% ออกตัวอย่างแรงกับการปรับโครงสร้างภาษี เพราะจะส่งผลให้ตลาดหดตัวอย่างรุนแรง
แหล่งข่าวจากวงการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นำเข้า เปิดเผยว่า การจัดเก็บภาษีระบบดังกล่าว จะกระทบอย่างมากกับเหล้านอกที่มีราคาแพงก็ต้องปรับราคาสูงขึ้นอีก ขณะที่เหล้าราคาถูก การปรับราคาก็ไม่ได้สูง ส่งผลให้ผู้บริโภคหรือคนไทยหันไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ราคาถูกเป็นระบบที่เอื้อต่อเหล้าท้องถิ่น
ท่ามกลางสถานการณ์สุญญากาศที่บรรดาผู้ประกอบการยังไม่ได้แจ้งปรับราคาต่อกรมสรรพสามิตทันทีหลังจากการปรับภาษีมีผลเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่เอเยนต์เบียร์ต่างปรับราคาขึ้นโดยเฉลี่ย 57 บาททันที
สมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมการค้าส่งปลีกไทย กล่าวว่า ในช่องทางค้าส่งอื่นๆ พบว่า ผู้ค้าส่งปรับราคาสุราเพิ่มขึ้น 12-15 บาทต่อลัง ขณะนี้วงการค้าส่งค้าปลีกปั่นป่วนมาก เพราะเอเยนต์ไม่ยอมส่งสินค้าให้ ส่วนร้านค้าปลีกรายย่อยหรือผู้บริโภคแห่กักตุนซื้อสินค้า ส่งผลให้สินค้าเริ่มขาดตลาด
วิเชฐ ตันติวานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์ช้าง กล่าวว่า ต้องรอให้การปรับโครงสร้างภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นิ่งก่อน ถึงจะเปิดเผยว่ารายละเอียดการปรับราคาขึ้นได้ ซึ่งบริษัทพร้อมจะปฏิบัติตาม
จากการสำรวจร้านค้าส่ง พบว่า ไทยเบฟฯ ได้แจ้งราคาให้กับตัวแทนจำหน่ายไปในบางส่วน ได้แก่ เบลนด์ 285 ขนาด 700 มล. ปรับ 25 บาท หรือจาก 218 บาท เป็น 243 บาท เหล้าขาว 630 มล. ปรับ 3 บาท จาก 43 บาท เป็น 46 บาท เหล้าสีปรับขึ้น 25 บาท อาทิ แสงโสม 750 มล. จาก 245 บาท เป็น 270 บาท
อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ผู้ประกอบการน้ำเมา เหล้า เบียร์ วิสกี้นำเข้า จะปิดฉากด้วยการวิ่งโร่เข้าแจ้งการปรับราคาที่ชัดเจน ซึ่งแม้จะแจ้งแล้ว แต่หากราคาสูงกว่าคู่แข่งก็สามารถปรับลดลงได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นราคาที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
สุธาบดี สัตตบุศย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ย. บริษัทได้ประชุมหารือเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างภาษีเบียร์ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการปรับราคาใหม่ที่ชัดเจนเร็วๆ นี้
เช่นเดียวกับไฮเนเก้น ที่คาดว่าจะสรุปแจ้งราคาเบียร์ไฮเนเก้น เบียร์ไทเกอร์ และเบียร์เชียร์ ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเท่าไรภายในสัปดาห์นี้ เพราะกำลังผลิตในปัจจุบันเป็นกำลังการผลิตเบียร์ที่จ่ายภาษีแล้ว ซึ่งหากไม่รีบแจ้งราคาใหม่ต่อกรมสรรพสามิต ทำให้ไม่สามารถนำสินค้าป้อนในตลาดได้ และหากปล่อยยืดเยื้อนาน จะส่งผลสินค้าขาดตลาดอย่างแน่นอน
สำหรับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมน้ำเมา ภายหลังจากการปรับราคาขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าไฮซีซั่นหรือในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นฤดูกาลขาย ผู้บริโภคไทยก็จ่ายซื้อน้ำเมาในราคาสูงขึ้น ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทั้งค่าไฟ ค่าทางด่วน แก๊ซหุงต้ม
มิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อและการตลาด บริษัทตั้งงี่สุ่น จ.อุดรธานี กล่าวว่า การปรับโครงสร้างภาษี มีผลทำให้ราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงขึ้น ผู้บริโภคชะลอการซื้อสินค้าในระยะ 1-2 สัปดาห์เท่านั้น แต่หลังจากนั้นยอดขายกลับสู่ภาวะปกติ เพราะเหล้า เบียร์ บุหรี่ เป็นสินค้าพิเศษต่อให้ปรับราคามากเท่าไร ผู้บริโภคก็พร้อมจะจ่าย
รายงานข่าวจากบริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ ผู้นำเข้าวิสกี้ตระกูลจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แจ้งว่า การปรับโครงสร้างภาษี ขยายเพดานภาษีสุราเพิ่มขึ้น จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสุราด้วย เช่น การท่องเที่ยว โรงแรม สถานบริการ ร้านอาหาร และส่งผลต่อปัญหาสินค้าหนีภาษี
สัปดาห์หน้าจะเห็นความชัดเจนสำหรับราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ราคาใหม่อย่างเป็นทางการ แต่การปรับโครงสร้างภาษีในครั้งนี้ ยังต้องจับตาดูเกมการตลาดของแต่ละค่ายจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ โดยเฉพาะกลยุทธ์การออกขนาดเล็ก เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในตลาดวอดก้า วิสกี้นำเข้าต่างๆ มาแล้ว เพื่อทำให้ผู้ดื่มรู้สึกว่าไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น และสอดรับกับกำลังซื้อในกระเป๋า







