posttoday
ความท้าทายสปาไทยรับต่างชาติหลังเออีซี

ความท้าทายสปาไทยรับต่างชาติหลังเออีซี

12 กันยายน 2556

มหาวิทยาลัยสเตนเดน รังสิต ร่วมกับ สมาคมสปาไทย เผยผลวิจัยอุตสาหกรรมสปา

มหาวิทยาลัยสเตนเดน รังสิต ร่วมกับ สมาคมสปาไทย เผยผลวิจัยอุตสาหกรรมสปา

เมดิคัลสปาโตต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวจากยุโรปยังบูม จับตาจีนแห่ใช้บริการสูงขึ้น

เร่งผุ้ประกอบการพัฒนาทักษะการสื่อสารรับ AEC

มหาวิทยาลัยสเตนเดน รังสิต ร่วมกับสมาคมสปาไทยจัดทำวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับวงการอุตสาหกรรมสปา เพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องของพฤติกรรมและการรับรู้ของผู้บริโภค และช่วยกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมสปาในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นทรีตเมนต์และการบำบัดในรูปแบบต่างๆ รวมไปถึงพฤติกรรมการซื้อและกระบวนการตัดสินใจของผู้ใช้บริการสปา และยังใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการพัฒนาอุตสากรรมได้อีกด้วย

ในปัจจุบันการรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสปามีน้อยมาก โดยเฉพาะข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้นั้นแทบจะไม่มีเลย การวิจัยดังกล่าวจึงมีเป้าหมายหลักในการผลิตผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสปา เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยที่ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม และสนับสนุนผู้ประกอบการสปาทั่วประเทศให้มีโอกาสพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ เพื่อนำอุตสาหกรรมสปาไทยสู่การเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ ในกลุ่มประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ทั้งนี้หัวใจของการทำธุรกิจสปา คือการสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้บริโภค ด้วยคุณภาพการบริการที่ถูกต้องตามหลักวิชาเพื่อสุขภาพ ผลงานวิชาการจากการวิจัยในครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นตัวเลข ข้อมูล ความต้องการ และความพึงพอใจ ของผู้บริโภค ซึ่งสามารถนำไปบูรณาการเพื่อประโยชน์ทางการค้าและความสำเร็จของสถานประกอบการ รวมทั้งเพื่อประโยชน์ร่วมกันของอุตสาหกรรมและสะท้อนสู่เป้าประสงค์ในการสร้างความพึงพอใจให้ผู้บริโภค

การสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภค จำนวน 463 ราย แบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน ได้แก่ ผู้ที่มีการใช้บริการสปาภายในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา มีสัดส่วน 56% และอีก 44% เป็นกลุ่มลูกค้าในอนาคต ได้แก่ ผู้ที่ไม่มีการใช้บริการสปาภายในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา โดย 73% ของกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภคอาศัยอยู่ในประเทศไทย เป็นชาวไทย 62% รองลงมาเป็นชาวเยอรมัน และเนเธอร์แลนด์ เป็นเพศหญิง 65% และเป็นเพศชาย 35% เป็นผู้บริโภคที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี จำนวน 53% มีอายุระหว่าง 3040 ปี จำนวน 25% และมีอายุมากกว่า 40 ปี 22%

ส่วนหนึ่งของงานวิจัยระบุว่า เหตุผลหลักในการใช้บริการสปาของผู้บริโภค ได้แก่ เพื่อความงาม เพื่อสุขภาพที่ดี และเพื่อให้รางวัลกับตัวเอง ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่ใช้บริการที่ร้านนวด นอกจากนี้ยังมี เดย์สปา สปาในโรงแรมหรือรีสอร์ท และสปาเพื่อความงาม ซึ่งผู้บริโภคเพศหญิงส่วนใหญ่ มักเลือกรับบริการในการบำรุงผิวหน้า มือและเท้า รวมไปถึงการขัดผิว และนวดลูกประคบ ในขณะที่เพศชายมักเลือกใช้บริการนวดไทย นวดสวีดิช และนวดกดจุดสะท้อน Reflexology โดยผู้บริโภคเพศชายจะนิยมใช้บริการซาวน่า ฟิตเนส และห้องอบไอน้ำมากกว่าเพศหญิง

ปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ในการพิจารณาเลือกใช้บริการสปา ได้แก่ คุณภาพของทรีตเมนต์ ความสะอาด และบรรยากาศของสถานที่ ผู้บริโภคยังนิยมพนักงานที่มีบุคลิกภาพดี สามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล และมีความสามารถในการอธิบายทรีตเมนต์และการบำบัดได้ โดยผู้บริโภคที่เคยมีประสบการณ์การทำสปามาก่อน มักให้ความสำคัญกับการให้การดูแลแบบเฉพาะเจาะจง

จากการสำรวจความคิดเห็น พบว่ากว่า 80% ของกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน มีแนวโน้มจะกลับไปใช้บริการอีกภายในระยะเวลา 1 ปีนับจากนี้ ในส่วนของกลุ่มลูกค้าในอนาคตจำนวน 38% มีแนวโน้มเป็นอย่างมากที่จะไปใช้บริการสปาภายในระยะเวลา 1 ปีนับจากนี้ โดยกลุ่มลูกค้าคาดหวังว่าในอนาคตจะได้รับบริการด้าน Spa Cuisine หรืออาหารเพื่อสุขภาพเพิ่มมากขึ้นในสถานที่ให้บริการสปา นอกจากนี้ สื่ออินเทอร์เน็ตและการบอกต่อแบบปากต่อปาก เป็น 2 ช่องทางสำคัญในการค้นหาข้อมูลสปาสำหรับกลุ่มลูกค้าในอนาคต แต่ในส่วนของกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน นอกจากอินเทอร์เน็ตและการบอกต่อ ยังนิยมใช้สื่อสังคมออนไลน์และนิตยสารในการค้นหาข้อมูลสปาอีกด้วย

โดยนักท่องเที่ยวยังคงเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่มาใช้บริการสปา ซึ่งกลุ่มลูกค้าชาวยุโรป (รวมทั้งรัสเซีย) ยังคงเป็นกลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหญ่ที่สุดของผู้มาใช้บริการ ทั้งนี้กลุ่มลูกค้าชาวเอเชีย (จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย) ก็มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น มีการคาดการณ์ว่ากลุ่มผู้บริโภคชาวจีนจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมากในอนาคต นอกจากนี้กลุ่มลูกค้าเพศชายก็มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งผู้บริโภคมีความต้องการทรีตเมนต์เพื่อความงาม ทรีตเมนต์ที่คัดสรรเฉพาะบุคคล และบริการอาหารเพื่อสุขภาพเพิ่มมากขึ้น

ในปัจจุบัน ตลาดเมดิคัลสปาและทรีตเมนต์ที่เกี่ยวข้องกำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตามกระแสรักสุขภาพ มีการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในสปาเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งมีการคิดค้นทรีตเมนต์ในรูปแบบใหม่ๆ เช่น การนวดบำบัดเพื่อแก้อาการออฟฟิศซินโดรม

จากการสำรวจมุมมองของผู้ประกอบการสปา เกี่ยวกับผลกระทบการเข้าร่วมประชาคมอาเซียน 2558 พบว่าจะเป็นการสร้างความท้าทายที่มากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เห็นว่าจะเป็นผลกระทบในแง่บวกต่อวงการสปา ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น การปรับปรุงมาตรฐานพนักงาน มาตรฐานการให้บริการสปาที่ท้าทายขึ้น และการเพิ่มความหลากหลายในการให้บริการสปา หลังจากการเข้าร่วมประชาคมอาเซียน จะมีการแข่งขันที่สูงขึ้นในด้านการจ้างงาน ทั้งตำแหน่งผู้จัดการสปาที่ต้องการทักษะ และพนักงานนวดที่มีประสบกาณ์ มีการแข่งขันในเรื่องของการสร้างความแตกต่าง และความต้องการพนักงานที่มีทักษะด้านภาษาและการสื่อสารก็จะเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง