
ฟิตเนส ชูขายความต่างยึดทำเลรถไฟฟ้าเจาะคนเมือง
ท่ามกลางสังคมเมืองที่เกิดขึ้นในยุคนี้ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่อาศัยคอนโดเกาะติดกับรถไฟฟ้า ประกอบกับพฤติกรรมการออกกำลังกายที่หันมาพึ่งการใช้บริการสถาบันออกกำลังกายหรือฟิตเนสมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดมีอัตราเติบโตต่อเนื่อง และสมรภูมิการแข่งขันทวีความร้อนแรงขึ้น โดยเฉพาะความพยายามสร้างสถาบันออกกำลังให้มีความแตกต่างหรือกลายเป็นสังคมของการออกกำลังกาย
ท่ามกลางสังคมเมืองที่เกิดขึ้นในยุคนี้ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่อาศัยคอนโดเกาะติดกับรถไฟฟ้า ประกอบกับพฤติกรรมการออกกำลังกายที่หันมาพึ่งการใช้บริการสถาบันออกกำลังกายหรือฟิตเนสมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดมีอัตราเติบโตต่อเนื่อง และสมรภูมิการแข่งขันทวีความร้อนแรงขึ้น โดยเฉพาะความพยายามสร้างสถาบันออกกำลังให้มีความแตกต่างหรือกลายเป็นสังคมของการออกกำลังกาย
ริชาร์ด โคเฮน เจ้าของสถาบันออกกำลังกายเดอะแล็บ เปิดเผยว่า สภาพธุรกิจสถาบันออกกำลังกาย มูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท ในปีนี้มีอัตราการเติบโตขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากคนไทยให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือกลุ่มคนที่มีไลฟ์สไตล์หรือสังคมของการออกกำลังกาย
สำหรับธุรกิจสถาบันออกกำลังกาย การแข่งขันจะมุ่งสร้างจุดขายที่แตกต่างกันเพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งการยึดทำเลเกาะกับแนวรถไฟฟ้า เพื่อสะดวกต่อการเดินทาง สำหรับเดอะแล็บสร้างเอกลักษณ์ความเป็นสถาบันออกกำลังกายที่ภายในศูนย์จะไม่มีเครื่องออกกำลังกายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า และบรรยากาศถูกตกแต่งแนวสตูดิโอ
ขณะที่แผนของเดอะแล็บในระยะ 3-5 ปีนี้จะขยายเพิ่ม 5-10 สาขา จากปัจจุบันนี้มี 2 สาขา ได้แก่ ตึกอาร์เอสยู ในย่านพร้อมพงษ์ สาขาแรก ขนาดพื้นที่ 180 ตร.ม. ซึ่งหลังจากได้รับการตอบรับที่ดี จึงขยายสาขาเพิ่มในตึกเดียวกันขนาด 500 ตร.ม. และความโดดเด่นของระบบสมาชิกสามารถนำเพื่อนมาออกกำลังเป็นกลุ่ม เป็นการเปิดประสบการณ์การออกกำลังกายแนวใหม่
ขณะที่รายใหญ่ในตลาดอย่างฟิตเนส เฟิร์สท ก็พยายามที่จะสร้างจุดแตกต่างใหม่อยู่ด้วยเช่นกัน
อรวรรณ เกลียวปฎินนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟิตเนส เฟิร์สท (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการฟิตเนสภายใต้แบรนด์ ฟิตเนส เฟิร์สท กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของฟิตเนส เฟิร์สท ในฐานะที่เป็นผู้นำตลาดที่ครองส่วนแบ่ง 55% เพื่อสร้างความแตกต่าง บริษัทได้ชูจุดขายเป็นฟิตเนสคลับที่หรูที่สุดแห่งเอเชีย หรือ Asia’s Flagship Club ใช้งบ 250 ล้านบาท เปิดที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนแห่งแรก
“พื้นที่ที่จะเปิดฟิตเนสคลับระดับหรู เน้นทำเลใจกลางเมืองหรือเกาะแนวรถไฟฟ้า เนื่องจากตรงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เลิกงานแล้วสามารถเดินทางมาออกกำลังกายได้ง่าย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาทำเลในย่านสาทร หรือกระทั่งการขยายไปตลาดต่างจังหวัด อาทิ อุดรธานี ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่มีช่องว่างให้ทำอีกมาก” อรวรรณ กล่าว
สำหรับฟิตเนส เฟิร์สท คาดว่าสิ้นปีนี้จะมียอดสมาชิกรวมในประเทศไม่ต่ำกว่า 6.5 หมื่นคน ขณะที่ภาพรวมรายได้สิ้นปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท ครองความเป็นผู้นำในธุรกิจที่มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท
ด้านผู้ให้บริการหน้าใหม่อีกรายอย่าง วี ฟิตเนส หลังจากเปิดตัวไม่นานก็เร่งโหมตลาดโดยใช้ความต่างเรื่องนวัตกรรมการออกกำลังกายยกระดับการให้บริการเพื่อดึงลูกค้า
แองเจิล ชาน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท วี ฟิตเนส ผู้ให้บริการฟิตเนส ภายใต้แบรนด์ “วี ฟิตเนส โซไซตี้” กล่าวว่า วี ฟิตเนส โซไซตี้ เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการสร้างจุดขายที่แตกต่าง ด้วยการยกระดับการบริการและนวัตกรรมของการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการนำเข้าโปรแกรมออกกำลังกายที่กำลังเป็นที่นิยมในทุกมุมโลก ซึ่งจะเปลี่ยนทุก 3 เดือน
ทั้งนี้ หลังจากที่บริษัทได้เปิดให้บริการ วี ฟิตเนส โซไซตี้ สาขาแรกที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ รัชโยธิน ภายใต้งบลงทุน 150 ล้านบาท ได้ผลการตอบรับจากลูกค้าเป็นที่น่าพอใจ บริษัทจึงมีแผนที่จะขยายสาขาอีกประมาณ 3 สาขา ภายใต้งบลงทุนรวม 450 ล้านบาท ประกอบด้วย สาขาเอสพละนาด รัชดาภิเษก สาขาโรงภาพยนตร์เมเจอร์ เอกมัย และสาขาโรงภาพยนตร์เมเจอร์ ปิ่นเกล้า ซึ่งภายใน 3 ปีนับจากนี้คาดว่าจะเปิดให้บริการครบ 10 สาขา
ธุรกิจฟิตเนสในไทยถือว่ายังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก หากดูจากตัวเลขที่คนไทยเป็นสมาชิกฟิตเนสมีเพียงแค่ 1% ของประชากรไทยทั้งประเทศ อีกทั้งกระแสสุขภาพยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง จากปกติตลาดจะมีการเติบโตไม่น้อยกว่า 10-20% ขณะที่ปีนี้มูลค่าตลาดขยับ 7,000 ล้านบาท ช่องว่างที่ยังมีอีกมากทำให้ฟิตเนสยังเป็นธุรกิจที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย







