
การแก้ปัญหาหนี้สินในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง
ปัจจุบันเศรษฐกิจฝืดเคือง รัฐบาลหมดปัญญาแก้ไขปัญหา ข้าวยากหมากแพง ก๊าซหุงต้มขึ้นราคา น้ำมันขึ้นราคา ไข่ขึ้นราคา ทางด่วนขึ้นราคา แต่ยางพาราราคาตกต่ำ รัฐพยุงเฉพาะราคาข้าวแต่ไม่สนับสนุนราคายาง จึงทำให้มีม็อบปิดถนน ปัญหาสังคมรุมเร้าทุกด้าน ทนายคลายทุกข์ได้รับเรื่องร้องเรียนเป็นจำนวนมาก จึงขอนำเสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหา ดังนี้
ปัจจุบันเศรษฐกิจฝืดเคือง รัฐบาลหมดปัญญาแก้ไขปัญหา ข้าวยากหมากแพง ก๊าซหุงต้มขึ้นราคา น้ำมันขึ้นราคา ไข่ขึ้นราคา ทางด่วนขึ้นราคา แต่ยางพาราราคาตกต่ำ รัฐพยุงเฉพาะราคาข้าวแต่ไม่สนับสนุนราคายาง จึงทำให้มีม็อบปิดถนน ปัญหาสังคมรุมเร้าทุกด้าน ทนายคลายทุกข์ได้รับเรื่องร้องเรียนเป็นจำนวนมาก จึงขอนำเสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหา ดังนี้
1.นักศึกษาวุฒิปริญญาตรีจบใหม่ รัฐบาลการันตีรายได้ว่าจบมาต้องได้เงินเดือน 15,000 บาทต่อเดือน ในทางปฏิบัติไม่มีเอกชนรายใดจ้าง ยกเว้นเอกชนรายใหญ่เท่านั้น และก็คัดเลือกคนงานระดับมันสมอง พวกหัวขี้เลื่อยคงลำบาก สเปกสูง เช่น
จบการศึกษาจากสถาบันชื่อดัง
เกรดเฉลี่ยต้องระดับเกียรตินิยม หรือเกรดเฉลี่ย 3.00 ขึ้นไป
มีความสามารถพิเศษ เช่น พูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว หรือใช้คอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี หรือพูดภาษาอาเซียนได้
บุคลิกภาพดี รูปร่างหน้าตาดี ส่วนบัณฑิตที่จบจากมหาวิทยาลัยที่ไม่มีชื่อเสียงและไม่มีความสามารถพิเศษ หรือเกรดเฉลี่ยต่ำ ไม่สามารถทำประโยชน์ให้กับนายจ้างได้ บริษัทเอกชนทั่วไปก็มักจะไม่รับเข้าทำงาน หรือถ้าจะรับเข้าทำงานก็ต้องแสดงวุฒิ ปวช. ปวส. หรือมัธยมศึกษาปีที่ 6 เท่านั้น และเงินเดือนหรือค่าตอบแทนก็จะได้น้อย
ดังนั้น จึงขอฝากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นต้นคิดนโยบายจบปริญญาตรีรับ 15,000 บาทต่อเดือน ตอนนี้มีพวกจบปริญญาตรีเดินเตะฝุ่นเยอะแยะ ไปสมัครงานที่ไหนได้บ้างครับ ท่านนายกฯ ช่วยหาทางออกทีเถอะ จะทำอย่างไรถึงจะให้บัณฑิตจบใหม่รับ 15,000 บาทต่อเดือน ไหนๆ ก็คิดโครงการมาแล้วช่วยคิดให้จบด้วยนะครับ นโยบายดีแต่ต้องส่งให้ถึงฝั่งนะครับ
2.นักเรียน นักศึกษาที่กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.) มาใช้ในการศึกษาเล่าเรียน ก็ทั้งเบี้ยวทั้งโกง ไม่ยอมส่ง ไม่ว่าดอกเบี้ยหรือต้นเงิน รัฐบาลก็ไม่มีเงินที่จะให้เยาวชนรุ่นใหม่กู้ไปเรียนต่อ พวกที่จบแล้วก็ไม่มีสำนึกทั้งที่เป็นภาษีอากรของชาติทั้งนั้น ดอกเบี้ยก็ต่ำ เงินต้นก็น้อยที่ต้องผ่อนต่อเดือน บัณฑิตเหล่านี้ไม่มีสำนึก เบี้ยวตั้งแต่เรียนจบ และเมื่อเข้าไปทำงานพวกนี้ก็ต้องเป็นคนที่ไม่สุจริตอย่างแน่นอน เพราะเริ่มต้นก็เบี้ยวแล้ว สงสาร กยศ. กองทุนที่สร้างขึ้นมาเพื่อการศึกษาของชาติแต่ต้องมาจบลงด้วยบัณฑิตที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม อยากจะวิงวอนให้บัณฑิตจบใหม่ ผ่อนชำระหนี้คืนให้กับรัฐบาลด้วยนะครับ ล่าสุด กยศ.หมดปัญญาแล้ว ทวงก็แล้ว ไกล่เกลี่ยก็แล้ว ลดต้นลดดอกก็แล้ว พวกบัณฑิตจอมยุทธ์ที่ชอบชักดาบ ก็ยังคงดื้อตาใส ไม่ใช้หนี้เหมือนเดิมและกำลังจะพิจารณามาตรการใหม่ หากเบี้ยว 5 ปี ติดต่อกันจะส่งเรื่องให้เครดิตบูโร ซึ่งจะส่งผลให้บัณฑิตจอมยุทธ์ทั้งหลายติดเครดิตบูโรหมดโอกาสในการที่จะได้รับพิจารณาสินเชื่อในอนาคตอีกต่อไป ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับที่ลงโทษบัณฑิตที่ไม่ดีเหล่านี้ครับ
3.ผ่อนรถยนต์เช่าซื้อ พวกรถคันแรก ความสามารถในการชำระหนี้ไม่ถึง แต่ใจถึง มีความอยากถึง ติดกับดักรถคันแรกตามนโยบายรัฐบาล ไปจ่ายเงินดาวน์ ไปเช่าซื้อระยะยาว อยากขี่เก๋ง อยากขี่รถปิกอัพโดยไม่ได้คำนึงถึงว่ามันเป็นสินเชื่อระยะยาว เรามีความมั่นคงเรื่องรายได้มากน้อยเพียงใดในการผ่อนชำระหนี้ระยะยาว ปรากฏว่า ผ่อนไปได้ 5-6 งวด ก็ผ่อนไม่ไหวแล้ว จะไปผ่อนไหวได้อย่างไร เงินเดือน 100% ไม่ต้องผ่อนค่าเช่าซื้อยังเอาตัวไม่รอด นี่ต้องมาจ่ายค่างวดรถยนต์ 3040 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ จะไปอยู่รอดได้อย่างไร ซื้อรถมา 1 คัน จอดไว้ที่บ้านเฉยๆ ก็ไม่ได้ ล้อต้องหมุน น้ำมันต้องเติม ต้องออกไปพบปะสังสรรค์ ต้องใช้เงิน ใช้จ่าย ทั้งกินทั้งเที่ยว เงินทองก็หมดไป รถที่เช่าซื้อมาวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อก็เพื่อความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิตเท่านั้น ไม่ได้เช่าซื้อมาเพื่อหาเงินหาทอง หารายได้ ผิดหลักสินเชื่อมีแต่สร้างรายจ่าย พวกรถคันแรกก็ยากจนอยู่แล้ว ยังต้องหาเงินไปเลี้ยงรถยนต์ที่ตัวเองซื้อมาอีก สุดท้ายก็จอดไม่ต้องแจว
รายงานล่าสุดสถาบันการเงินแจ้งว่าอัตราการยึดรถเพิ่มขึ้นอีก 30% ก็มาจากพวกเหล่านี้แหละครับ พวกความสามารถไม่ถึง เหมือนตกนรกทั้งเป็น และก็ไม่ได้ตกนรกคนเดียว พาญาติ พี่ น้อง เพื่อนฝูง ตกนรกไปด้วยเพราะเป็นลูกหนี้ร่วมและผู้ค้ำประกันร่วม ผมอยากจะใช้คำว่า ตกนรกทั้งครอบครัวหรือเรียกว่าถูกฆ่ายกครัวก็ได้
ในฐานะที่ผมเป็นผู้บรรยายสินเชื่อและเทคนิคการทวงหนี้ให้กับสถาบันการเงิน อยากจะให้ผู้เช่าซื้อทั้งหลายเข้ามอบตัวต่อสถาบันการเงิน โดยยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหานำของกลางไปคืนด้วย (รถที่เช่าซื้อมา) และยื่นคำร้องต่อสถาบันการเงินขอลดโทษ เช่น รถเบี้ยปรับ ดอกเบี้ย หรือค่าเสียหาย และขอชดใช้หนี้ส่วนขาดทุนบางส่วนจะดีกว่านะครับ เพราะสถาบันการเงินเจ้าหนี้มีนโยบายในการลดโทษอยู่แล้ว อย่านำรถที่เช่าซื้อไปขายดาวน์ทางอินเทอร์เน็ต หรือตามเต็นท์หรือขายเขมรหรือเอาไปซุกซ่อน ท่านจะมีความผิดทางอาญาข้อหายักยอกทรัพย์สินของสถาบันการเงิน ติดคุกติดตาราง 100% ส่วนเต็นท์หรือผู้ที่ซื้อดาวน์ก็ติดคุกติดตารางเหมือนกัน ข้อหารับของโจร
อย่าเดินทางสายนั้น เพราะติดคุกไม่เหมือนกับนอนรีสอร์ทนะครับ เพราะต้องสลับกันนอน เนื่องจากสถานที่เต็มยากลำบากมากนะครับ สุดท้ายขอให้กำลังใจเพื่อนพ้องน้องพี่ชาวไทย หายใจลึกๆ สู้ต่อไปนะครับ







