
ทองคำแกว่งตัว
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกลุ่มเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกลุ่มเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก
ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความผิดหวังตัวเลข Non-farm Payrolls ที่ออกมาในคืนวันศุกร์ต่ำกว่าที่คาด คือเหลือเพียง 169,000 คน ในขณะที่ตัวเลขคาดการณ์ 178,000 คน ทำให้ตลาดสับสนว่าการประชุมของเฟดในวันที่ 17-18 ก.ย.นี้ อาจจะเลื่อนการลด QE ออกไป ซึ่งแน่นอนย่อมส่งผลบวก จึงทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 20 เหรียญสหรัฐในตลาด Comex เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยภาพรวมทั้งสัปดาห์ ราคาทองคำของโลกปรับตัวลดลง 0.5% เนื่องจากปัญหาทางซีเรียที่ยังไม่มีความคืบหน้าว่าจะโจมตีหรือไม่ ทำให้ตลาดคลายความกังวล ในขณะที่ราคาทองคำของไทยยังทรงตัวอยู่
ในระดับใกล้เคียงเดิมเมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากการอ่อนค่าของเงินบาทลงอย่างมาก อ่อนจาก 32.10 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ประมาณ 32.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐในช่วงคืนวันศุกร์
ในตลาดโลกเองยังเกิดความสับสนอย่างมาก ทั้งในปัจจัยบวกและปัจจัยลบต่อราคาทองคำ คือ เรื่องซีเรีย และเรื่องการจะลด QE หรือไม่อย่างไร ซึ่ง QE เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาทองคำขึ้นมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2008 และราคาได้มาแตะจุดสูงสุดที่ระดับ 1,920.30 เหรียญสหรัฐ ในวันที่ 6 ก.ย. 2011
ปัจจัยที่ต้องติดตามสำหรับตลาดทองคำในสัปดาห์หน้า
1.การประชุมของเฟดในวันที่ 17-18 ก.ย. เพื่อที่จะตัดสินว่าจะมีการชะลอ QE ออกไปหรือไม่อย่างไร
2.เรื่องซีเรีย โดยสภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกาจะลงมติในวันที่ 9 ก.ย.นี้ ว่าจะโจมตีซีเรียหรือไม่
ทั้งสองประเด็นนี้ย่อมส่งผลต่อเนื่องต่อค่าเงินดอลลาร์ รวมถึงการลงทุนในตลาดโลก และแน่นอนย่อมมีผลต่อราคาทองคำอย่างมากเช่นเดียวกัน
MTS Gold Futures โบรกเกอร์ชั้นนำในตลาดอนุพันธ์แห่งประเทศไทยได้ศึกษาข้อมูลจาก KITCO พบว่านักวิเคราะห์ 20 คน มีความเห็นแตกต่างกันในมุมมองดังนี้
1.13 คน มองขึ้น (65%)
2.6 คน มองลง (30%)
3.1 คน มอง Sideways (5%)
ปัจจัยที่นักวิเคราะห์มองว่าจะขึ้น ก็คือ ส่วนนี้นักวิเคราะห์คาดว่าเฟดจะไม่ชะลอ QE ในเดือน ก.ย.นี้ และจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไป เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐโดยภาพรวมแม้จะมีการฟื้นตัวขึ้นบ้าง แต่รายงานในระยะหลังที่คนยังคงว่างงานสูงอยู่ ก็เป็นตัวหักล้างได้เช่นเดียวกัน ในขณะที่กำลังซื้อจากจีนและอินเดียยังคงมีอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง โดยเฉพาะกำลังเข้าใกล้เทศกาลสำคัญของอินเดีย ในส่วนของ|ผู้มองลงได้วิเคราะห์ว่า แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานจะออกมาแย่กว่าที่คาด แต่ตัวเลขอื่นๆ อันได้แก่ จีดีพีในไตรมาส 2 ISM ทั้งภาคส่วนการผลิตและบริการ ยังออกมาแข็งแกร่งกว่าเดิม ที่ทำให้มีแรงเทขายในระยะกลาง และแม้ว่าเฟดจะเลื่อนการชะลอ QE ออกไป แต่ก็ยังคงต้องทำในระยะถัดไปอยู่ดี ซึ่งจะส่งผลลบต่อราคาทองคำ
จากบทวิเคราะห์ข้างต้นที่ MTS Gold Futures รวบรวมมา จะเห็นได้ถึงความไม่แน่นอนของเนื้อข่าว ตัวเลขเศรษฐกิจ และความสับสนต่างๆ ของทุกฝ่าย ทำให้ราคาทองคำมีการแกว่งตัวอย่างมาก
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิคนั้น ราคาทองคำหลังจากหลุดแนวรับสำคัญ 1,400 เหรียญสหรัฐลงมา และไปทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 2 สัปดาห์ที่บริเวณ 1,361 เหรียญสหรัฐ ทำให้วิเคราะห์ทางเทคนิคได้ว่า ทองคำเข้าสู่แนวโน้มขาลงในระยะสั้น โดยจะมีแนวรับที่ระดับ 1,360 เหรียญสหรัฐ และแนวต้านที่ระดับ 1,400 เหรียญสหรัฐ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงยังเป็นคำแนะนำในการลงทุนตามแนวโน้มที่เป็นขาลงในระยะปานกลาง ซึ่งในระยะสั้นๆ อาจจะเห็นการแกว่งของราคาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคืนวันจันทร์ที่จะมีการแถลงของสภาคองเกรสในเรื่องของซีเรียดังกล่าวแล้ว ดังนั้นนักลงทุนในทองคำแท่งจึงควรที่จะควบคุม Portfolio และปรับกลยุทธ์ให้รวดเร็วให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ท่านสามารถบริหารจัดการได้นั่นเอง
บริษัท MTS Gold Futures และบริษัทในกลุ่มห้างทองแม่ทองสุก ย้ำเน้นให้นักลงทุนอ่านและศึกษาตามบทวิเคราะห์ราคาทองคำซึ่งจะมีวันละ 3 รอบ สามารถศึกษาได้จาก
www.mtsgold.co.th และผู้ที่สนใจการลงทุนในทองคำ สามารถติดต่อซักถาม เพื่อเปิดบัญชีได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-770-7777 ซึ่งเป็นเบอร์ที่เปลี่ยนใหม่เพื่อความสะดวกของนักลงทุน สวัสดีครับ







