
ตลท.ส่องแก๊งสี่โมง
สังเกต34เดือนไม่พบความผิดปกติโบรกเกอร์ยันขายทำกำไรไม่ผ่าน1,400จุด
สังเกต34เดือนไม่พบความผิดปกติโบรกเกอร์ยันขายทำกำไรไม่ผ่าน1,400จุด
ตลท.จับตาแก๊งสี่โมงเย็นมา 34 เดือนไม่พบความผิดปกติ
ดัชนีหุ้นไทยเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ระหว่างวันบวกแรงถึง 29.67 จุด แต่พอหลังเวลา 16.00 น. ปรับตัวบวกลดลงมาปิดตลาดที่ระดับ 1,393.17 จุด บวกเพียง 8.86 จุดเท่านั้น จึงมีการตั้งข้อสังเกตที่มาของแก๊งสี่โมงเย็นขึ้น
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า เมื่อ 3-4 เดือนก่อนหน้านี้ ตลท.ได้สังเกตพบว่าภาวะดัชนีหุ้นมักจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงหลังเวลา 15.30-16.00 น. จึงได้สั่งให้มีการตรวจสอบว่ามีการกระทำของกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือไม่ ปรากฏว่าไม่พบความผิดปกติ แรงซื้อขายที่เข้ามาในช่วงเวลาดังกล่าวมีความหลากหลายของกลุ่มผู้ลงทุน ไม่ได้มีความเกี่ยวโยงกัน
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ประเมินว่าสาเหตุที่ทำให้ในช่วงเวลาดังกล่าวมีการซื้อขายหนาแน่น เนื่องจากนักลงทุนที่จะต้องเร่งปิดสถานะ รวมไปถึงเร่งทำคำสั่งซื้อขายให้สมบูรณ์
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดหุ้นแห่งเดียวในเอเชียที่มีการซื้อขายตรงกับเวลาที่ตลาดหุ้นทางโซนยุโรปเปิดทำการ
ดังนั้น เมื่อตลาดหุ้นยุโรปมีนโยบายการลงทุน ไม่ว่าซื้อหรือขายหุ้นในเอเชีย ตลาดหุ้นไทยจะถูกดำเนินการก่อนเป็นแห่งแรก
“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาดัชนีหุ้นไทยเป็นขาขึ้นมาโดยตลอด ไม่มีภาพของการแกว่งตัวของดัชนี แต่มาระยะนี้ดัชนีหุ้นมีความผันผวนสูง ไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง ทำให้เกิดการตั้งสมมติฐานนี้กันขึ้นมา แต่ทาง ตลท.ก็ได้เข้าไปตรวจสอบ ไม่พบความผิดปกติ และคงจะมีการจับตาต่อไป” นายจรัมพร กล่าว
กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า ภายใต้ภาวะตลาดหุ้นมีความผันผวนไม่แนะนำให้นักลงทุนเล่นเก็งกำไรในระยะสั้น แต่แนะนำให้นักลงทุนเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานไว้ เพื่อรอซื้อเมื่อจังหวะราคามีการปรับตัวลดลง
สำหรับการซื้อขายวันที่ 10 ก.ย. มีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 70,620.70 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อถึง 3,527 ล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 และในมูลค่าที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ
ตามด้วยนักลงทุนสถาบันซื้อ 2,074 ล้านบาท และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซื้อ 1,236 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนในประเทศยังขายที่ 6,837 ล้านบาท
นักวิเคราะห์จาก บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่า ดัชนีที่ยังบวกได้เป็นเพราะผลดีจากการคลายความกังวลในเรื่องซีเรีย และการเริ่มกลับเข้ามาซื้อสุทธิของต่างชาติทั้งในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ นอกจากนี้ตัวเลขภาคการผลิตจีนยังออกมาดีกว่าที่คาด
ทั้งนี้ การขายทำกำไรช่วงท้ายตลาด เพราะดัชนีไม่สามารถผ่าน 1,400 จุดได้ และดัชนีขึ้นแรงมาสองวันแล้ว







